วิโรจน์ ชี้คนรุ่นใหม่คือคนทุกรุ่น ที่เห็นปัญหาโครงสร้าง และต้องการสังคมเท่าเทียม ลั่นถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ ขอท้าชนนายทุนใหญ่ ที่ไม่แยแสต่อทุกข์ประชาชน

9 เม.ย. 2565 – ทีห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 1 พรรคก้าวไกล เข้าร่วมงานเสวนา “เปิดฉาก ศึกชิงผู้ว่าฯกทม. 65” ที่จัดโดย Nation Group

นายวิโรจน์ กล่าวว่า การสร้างเมืองที่คนเท่ากัน และคืนความเป็นธรรมผ่านการสร้างกฎระเบียบที่ประชาชนมาก่อน และการกระจายอำนาจกลับคืนสู่ประชาชนด้วยนโยบายกระจายงบประมาณ

ยกตัวอย่างการเพิ่มขึ้นของงบประมาณ กทม. ที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา จาก 7,000 ล้านบาท สู่ 14,000 ล้านบาท แต่ทุ่มเทลงกับนโยบายที่ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน เน้นอุดหนุนนายทุนผู้รับเหมา เช่น โครงการคลองช่องนนทรี คลองโอ่งอ่าง แต่งบประมาณสำหรับการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วมกลับถูกตัดเหี้ยนเป็นศูนย์

หากตนเป็นผู้ว่าฯกทม.ครบ 4 ปี คนกรุงเทพฯ จะได้กรุงเทพฯใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล เมืองจะเกิดกติกาที่เป็นธรรม เพราะฐานคิดในการบริหาร ตนไม่ได้เน้นแค่การบริหารเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงเจตจำนงทางการเมืองที่มุ่งเน้นสร้างความเป็นธรรม กระจายความเท่าเทียม และมีกฎกติกาที่โอบรับคนทุกคน

หากเลือกตนเป็นผู้ว่าฯกทม. ภายใน 4 ปี ความอยุติธรรมทั้งหลายในเมืองไม่หลงเหลืออยู่อีก และการทำงานในฐานะของผู้ว่าฯกทม. เน้นชนนายทุนใหญ่ ผู้รับเหมา เครือข่ายผู้อุปถัมภ์ ที่แสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณของรัฐ โดยไม่แยแสความทุกข์ร้อนของประชาชน เช่น การเก็บภาษีที่ดินกับนายทุนใหญ่เพื่อนำมากระจายงบประมาณคืนประชาชน

คนรุ่นใหม่ของพรรคก้าวไกล ไม่ได้วัดกันที่อายุ แต่หมายถึงคนที่มีความคิด มองเห็นปัญหาโครงสร้าง ต้องการเห็นสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ลำพังการบริหารภายใต้ความไม่เป็นธรรมนี้ คุณไม่สามารถทำให้กทม.เป็นเมืองที่ยั่งยืนได้เลย การที่ปัญหาของทุกคน ได้รับการใส่ใจเท่าเทียมกัน การที่ทุกคนได้รับความยุติธรรมที่เท่าเทียมกัน นี่คือคนรุ่นใหม่ที่มองปัญหาทางสังคมจริง ๆ

“เมื่อพูดถึงคนรุ่นใหม่ เราต้องพูดถึงคนทุกรุ่น และผมต้องพูดถึงผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่มาก่อนกาลในปี 53 ด้วย สิ่งที่เขาพูดในวันนั้น การที่เขาส่งสัญญาณเตือนว่า ถ้าเรามอบอำนาจของเราให้กับเผด็จการและเสพติดกับคำว่าคนดี ประเทศและกทม.ก็เลยเป็นอย่างทุกวันนี้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน