เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 กล่าวถึงการเข้าชื่อเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ที่ยกเว้นลักษณะต้องห้ามเพื่อให้กรรมการป.ป.ช.ชุดปัจจุบันอยู่ต่อตามที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เสนอแนะว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เป็นเพียงความเห็นของสมาชิกสนช.บางส่วนที่เห็นว่าน่าจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ จะได้เป็นแนวปฏิบัติให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะคำวินิจฉัยในกรณีผู้การตรวจแผ่นดินไม่ครอบคลุมไปถึงเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม

“ส่วนตัวเห็นว่า หากสังคมสงสัยแล้วสามารถทำให้ข้อสงสัยนั้นได้ข้อยุติก็จะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย รวมถึงต่อการทำงานของป.ป.ช.ในอนาคตเพื่อไม่ให้มีข้อครหาด้วย แต่ควรแก้ไขก่อนที่จะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ จะได้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวสมาชิกสนช.คงต้องพูดคุยกันเอง และควรจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่ประธานสนช.จะเสนอร่างกฎหมายให้กับนายกฯ โดยสมาชิกจะยื่นผ่านประธานสนช.หรือจะดำเนินการเองได้ อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่า เมื่อผ่าน 15 วันในขั้นตอนการโต้แย้งแล้ว ประธานสนช.จะต้องเสนอร่างกฎหมายต่อให้นายกฯภายในกี่วัน ดังนั้น ในระหว่างนี้ถ้าสมาชิกสนช.ยังติดใจถือว่าเป็นสิทธิที่จะเข้าชื่อกันจำนวน 25 คนขึ้นไปเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้”นายสุรชัย กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน