‘อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ’ แจงเหตุ ตัดงบซื้อเครื่องบินรบ F35-A เปิดช่อง ‘ทอ.’ มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ เผย อาจเรียกเข้ามาชี้แจงอีกครั้ง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ก.ค. 2565 ที่รัฐสภา นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์และ ICT ในกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 กล่าวกรณีอนุกมธ.พิจารณาตัดงบเครื่องบินรบ F-35A จำนวน 2 ลำ ว่า เมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) อนุกมธ.ได้พิจารณางบประมาณของกองทัพ ซึ่งบทสรุปทุกหน่วยงานที่เข้าขอรับงบประมาณในปีนี้ มียอดปรับลดงบประมาณลง สืบเนื่องจากสถานการณ์ในประเทศที่มีความลำบากจากโควิด-19 มาหลายปี
นายสรวุฒิ กล่าวต่อว่า อนุกมธ.ต้องการประหยัดงบประมาณให้ประเทศ และยึดตามความจำเป็นของหน่วยงาน โดยเฉพาะงบจัดซื้อเครื่องบินรบ F35-A ของกองทัพอากาศ ที่ต้องใช้เวลาพอสมควรในการขออนุมัติจากสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ไม่ใช่มีเงินก็ซื้อได้ ซึ่งอนุกมธ.พิจารณาทุกประเด็น เห็นถึงความต้องการจำเป็นและความสำคัญ แม้กองทัพอากาศจะระบุข้อมูลว่า การจัดซื้อครั้งนี้พ่วงไปกับประเทศอื่นๆ ที่จะได้ส่วนลดพิเศษที่ถูกลง แต่อนุกมธ.ขอให้รอคำยืนยันจากสหรัฐฯ ก่อนว่าจะขายให้หรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีกองทัพอากาศยื่นอุทธรณ์เรื่องการจัดซื้อเครื่องบินรบ F35-A จะมีขั้นตอนอย่างไรต่อไป นายสรวุฒิ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ที่กองทัพอากาศจะโต้แย้งได้ และเราก็รับฟังเหตุผล ซึ่งเมื่อปรับลดในชั้นอนุกมธ.แล้ว จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมกมธ.ชุดใหญ่ และอาจจะเรียกให้กองทัพอากาศมาชี้แจงอีกครั้ง คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุป อย่างไรก็ตาม อนุกมธ.มองเห็นความจำเป็นในการจัดซื้อ แต่คิดว่ายังสามารถชะลอการใช้งบประมาณในปีนี้ได้ เพราะกว่าสภาคองเกรสจะอนุมัติ ตนคิดว่าคงใช้เวลาข้ามปี จึงรอให้เขายืนยันมาเสียก่อน
นายสรวุฒิ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นทางกองทัพอากาศขอจัดซื้อ 2 ลำ ราคากว่า 700 ล้านบาท ไม่ใช่ 7,000 ล้านบาท หรือ 4 ลำตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้ ในขณะที่งบประมาณของกองทัพบกกำลังรอการพิจารณา เนื่องจากเอกสารบางส่วนยังไม่เรียบร้อย ส่วนใหญ่เป็นเอกสารงบผูกพันประมาณ 14 รายการ ซึ่งก็ต้องมีการพิจารณาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ค.)
ด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ อนุกมธ.ได้พิจารณาตัดงบประมาณ 200 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ซึ่งเป็นงบที่ใช้ในการส่งเจ้าหน้าที่กองทัพเรือไปฝึกอบรมการใช้เรือดำน้ำ โดยอนุกมธ.พิจารณาแล้วว่า เรือดำน้ำยังมีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ ซึ่งเสนาธิการทหารเรือได้ชี้แจงว่าในวันที่ 9 ส.ค. จะได้ข้อสรุปในปัญหาดังกล่าว
นายอัครเดช กล่าวต่อว่า ดังนั้น ถือว่าในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป อนุกมธ.จึงยังไม่อนุมัติงบประมาณดังกล่าวให้ เพราะกลัวว่าเมื่ออนุมัติไปแล้ว เรื่องของเครื่องยนต์ยังไม่ได้ข้อสรุปก็จะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ ดังนั้น เพื่อประหยัดเงินภาษีของประชาชน และเพื่อให้รัฐบาลนำเงินในส่วนนี้ไปใช้กับส่วนอื่นที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติต่อไป