“ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เย้ยเป็นโอกาสบำบัดพวกไบโพลาร์ทางการเมืองให้หายขาดปมขยายเวลาบังคับใช้ กม.เลือกตั้งส.ส. แนะถ้าเผด็จการทำให้เจ็บปวดก็ตัดใจ แล้วเริ่มต้นใหม่กับ ปชต.ดีกว่า
เมื่อวันที่ 22 ม.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า จุดยืนของ นปช.คือสนับสนุนการเลือกตั้งและนำพาบ้านเมืองไปสู่ประชาธิปไตย เราไม่เคยเชื่อและไม่เคยยอมรับว่าอำนาจเผด็จการจะทำเรื่องนี้ได้ การพูดแบบนกแก้วนกขุนทองของแม่น้ำ 5 สาย ว่ากำลังสร้างระบบและกติกาที่จะทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นเรื่องห่างไกลความจริงมาก เพราะถ้าดูตามเนื้อหารัฐธรรมนูญและส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ชัดเจนว่ามีเป้าหมายให้เกิดนายกฯ คนนอก หรือถ้าฝ่ายการเมืองตั้งรัฐบาลได้ ก็ต้องเจอกับดักอำนาจมากมายจนแทบง่อยเปลี้ยเสียขา ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์จึงไม่ได้หมายถึงแค่ไม่มีซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่ถ้ากติกาไม่เป็นธรรม เจตนาขัดหลักการประชาธิปไตย มีเป้าหมายสืบทอดอำนาจ ต่อให้ไม่ซื้อเสียงกันสักบาท ก็เรียกว่าการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมไม่ได้
“หาก สนช. มีมติยืดเวลาบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 90 วัน นปช.ก็ไม่คิดจะเคลื่อนไหวเรียกร้องใดๆ เพราะขณะนี้กำลังพบเห็นคนบางกลุ่ม ทั้งพรรคการเมืองหรืออื่นๆ มีอาการไบโพลาร์ทางการเมือง คือบางทีเรียกหารัฐประหาร บางวันต้องการประชาธิปไตย บางครั้งบอยคอตเลือกตั้งและขัดขวางไม่ให้คนอื่นไปเลือก แต่บางคราวอยากเลือกตั้ง ใครดึงใครยื้อก็รับไม่ได้ จึงเป็นโอกาสดีที่กลุ่มอาการไบโพลาร์ทางการเมืองนี้จะบำบัดอาการให้หายขาดโดยสื่อสารกับตัวเองและสังคมให้ชัด ว่ายังเชื่ออยู่หรือไม่ว่าเผด็จการจะแก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม หรือปราบคอร์รัปชั่นได้ ระหว่างระบบเลือกตั้งที่ตัดสินใจเลือกเองและไล่เองได้ กับลากตั้งที่ไม่ได้เลือกและแตะต้องไม่ได้ จะเอายังไง” นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า แน่นอนว่าสถานการณ์นี้คือความเสียหายของประเทศ เราเจ็บปวดมาตลอดกับการสูญเสียประชาธิปไตย แต่ไม่เคยรู้สึกผิดหวังหรืออกหัก เพราะไม่เคยหลงรักเผด็จการมาก่อน ช่วงนี้มีข่าวคนดังแยกทางกับคนรักหลายราย ถ้ามองเทียบกับการเมืองโดยพูดถึงหลักการ ไม่ใช่ตัวบุคคล อยากให้บางฝ่ายพิจารณาว่า ถ้าเผด็จการทำให้เจ็บปวดมากก็ตัดใจเสียเถอะ แล้วเริ่มต้นใหม่กับประชาธิปไตยดีกว่า แม้จะล้มลุกคลุกคลานกันบ้าง แต่เขาก็รักเราจริง ยอมรับว่าคนเท่ากัน มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียม