เพื่อไทย ดีใจ ประยุทธ์ หยุดทำหน้าที่ ประเทศจะได้เดินหน้า แนะเร่งแก้ไขปัญหาที่หมักหมม เร่งเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนตัดสินอนาคต
วันที่ 25 ส.ค. 2565 น.ส.จุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางรัก และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ในระหว่างการพิจารณากรณีครบ 8 ปี ได้สร้างความปลาบปลื้มดีใจให้กับประชาชนส่วนใหญ่ที่เบื่อหน่าย พล.อ.ประยุทธ์ อย่างมากกับความล้มเหลวตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้ชี้ให้เห็นมาตลอด
หวังว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะไปแล้วก็ให้ไปเลย ไม่ต้องกลับมาอีก เพราะประชาชนคงรับไม่ได้ หากพล.อ.ประยุทธ์ จะหวนกลับมาอีกได้ เพราะไม่ต้องการลำบากกันอีกต่อไปแล้ว
ทั้งนี้ นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้ และระบบยุติธรรมของไทยไม่เป็นที่ครหาของนานาชาติ ทำให้ประเทศไทยน่าเชื่อถือมากขึ้น นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่เริ่มจะมีความหวังว่า ประเทศนี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่จมปลักอยู่กับความล้มเหลวซ้ำซาก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเศรษฐกิจที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้สร้าง และทิ้งเป็นมรดกบาปไว้ ไม่ใช่จะแก้ไขได้ง่ายๆ รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาในความทุกข์ทั้ง 4 เรื่อง ที่คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ได้เตือนไว้แล้วคือ ทุกข์จากการมีหนี้มาก ทุกข์จากค่าใช้จ่ายสูง เงินเฟ้อ ค่าครองชีพแพง ทุกข์จากรายได้ไม่เพิ่ม รายได้ไม่พอรายจ่าย และทุกข์จากมองไม่เห็นอนาคตของประเทศ
นอกจากนี้ยังมีปัญหาทางเศรษฐกิจ และข้อแนะนำที่ต้องเร่งแก้ไขที่คณะทำงานเศรษฐกิจได้เสนอไว้แล้ว เช่น ปัญหาการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศยังไม่เพิ่มเท่าที่ควร การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเร่งสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม หนองคาย-เวียงจันทร์-ประเทศจีน สภาวะที่โลกขาดแคลนอาหารแต่ราคาสินค้าเกษตรของไทยกลับไม่ขึ้นแถมเจอกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากปุ๋ยแพง น้ำมันแพง
การแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพง ก๊าซแพง ไฟฟ้าแพง การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน การเจรจาแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา ปัญหาคนว่างงาน นักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำ ไม่ได้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ธุรกิจเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ยังไม่เกิด เป็นต้น
น.ส.จุฑาพร กล่าวว่า ดังนั้น ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาที่ยังค้างคาอยู่ให้มีทิศทางแก้ไขที่ชัดเจน อย่าปล่อยให้ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา โดยมีแต่คำพูด แต่ไม่ได้มีการกระทำ หากแก้ไขไม่ได้ ก็ควรจะเร่งให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินอนาคตของประเทศ หลังจากต้องเจอปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างมากใน 8 ปีที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วที่ไทยจะต้องก้าวไปข้างหน้า โดยเรียนรู้ประสบการณ์จาก 8 ปีแห่งความย่ำแย่
หวังว่าในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้ ประชาชนจะเลือกพรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคเดียวที่มีผลงานทางเศรษฐกิจจับต้องได้ชัดเจน ให้กลับเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศ ซึ่งพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วในทุกด้าน ขอให้มั่นใจได้