ลุ้น ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับวินิจฉัยร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ ‘สมชัย’ ชี้ ถ้าขัดรธน. คณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ออกพ.ร.ก.แทน ในการใช้จัดการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2565 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กล่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับไว้พิจารณาวินิจฉัย ว่า สำหรับร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เป็นประเด็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือไพรมารีโหวต ซึ่งเปลี่ยนไปจากเดิม โดยออกแบบใหม่ให้สะดวกต่อพรรคการเมือง คือ สมาชิกพรรคในแต่ละจังหวัด จำนวน 50 คนสามารถลงมติเลือกผู้สมัครในทุกเขตในจังหวัดนั้นได้ เมื่อชื่อของผู้สมัครแต่ละเขตถูกส่งมายังส่วนกลางแล้ว กรรมการบริหารส่วนกลางก็ยังมีอำนาจและสิทธิ์ที่จะเลือกใครเป็นผู้สมัครก็ได้

ทั้งนี้ ส.ว.จำนวนหนึ่งเห็นว่า เรื่องดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญจึงได้ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ถ้าศาลเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญเล็กน้อยก็อาจจะเพียงแค่ส่งกลับไปให้แก้ไขให้ถูกต้องหรือเหมือนเดิม แต่ถ้าขัดรัฐธรรมนูญในหลักการสำคัญ ร่างพ.ร.ป.ดังกล่าวก็จะตกไป ซึ่งการตกไปของร่างก็ไม่ได้มีผลอะไร แค่กลับไปใช้รูปแบบเดิมเท่านั้น

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ประเด็นที่มีการร้อง คือการใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 100 ซึ่งฝ่ายที่ร้องเห็นว่าขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 93 มาตรา 94 เกี่ยวกับประเด็น ส.ส.พึงมี รวมถึงเรื่องกระบวนการได้มาของกฎหมายไม่ชอบด้วยวิธีการตามรัฐธรรมนูญ เพราะมีการยกประเด็นว่าสภาใช้วิธีการขาดการประชุม จนสภาล่มติดต่อกัน 4-5 ครั้ง ทำให้กฎหมายดังกล่าวเลยระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ

นายสมชัย กล่าวว่า กฎหมายเลือกตั้งส.ส. ถ้าศาลเห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็จะเป็นเรื่องดี กระบวนการก็ดำเนินไปต่อ นายกฯ สามารถนำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ถ้าบอกว่าขัดรัฐธรรมนูญก็จะให้นำกลับมาแก้ไขตามที่ศาลมีคำวินิจฉัย แต่ถ้าขัดในหลักการสำคัญ กฎหมายดังกล่าวก็จะตกไปและจะไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมีการแก้ไขมาตรา 83 เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มีส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และมาตราที่เกี่ยวข้องในเรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ฉะนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญแก้ไขแล้ว ส่วนกฎหมายลูกยังไม่แก้ไข ก็จะไม่มีกฎหมายลูกที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเกิดปัญหาว่าถ้ากฎหมายดังกล่าวตกไปแล้ว และมีความจำเป็นที่จะต้องมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการยุบสภาหรือครบกำหนดการเลือกตั้งก็ตาม จะเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยการออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือจะให้กกต.ออกเป็นประกาศคำสั่ง ในการใช้จัดการเลือกตั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน