พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ ชี้กฎเหล็ก กกต. ลักลั่น ขัดหลักสามัญสำนึก หลักนิติธรรมและหลักปฏิบัติ ไม่ตอบโจทย์การเลือกตั้งสุจริต

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ก.ย.2565 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค อ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย กรณีระเบียบ กกต.เรื่องข้อปฏิบัติในระยะเวลาหาเสียง 180 วันก่อนวันครบอายุสภาว่า ตามที่ กกต.ได้ออกระเบียบตามมาตรา 64, 65 และ 68 กฎหมายเลือกตั้งว่าภายในระยะเวลา 180 วันนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.ไปถึงการเลือกตั้งทั่วไป ผู้สมัครและพรรคต้องรวมนับค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง และมีข้อห้ามอื่นๆ เรื่องการแจกสิ่งของและวิธีการหาเสียงนั้น

พรรคเห็นว่า กฎหมายเลือกตั้ง ต้องทำให้การเลือกตั้งสุจริต เสรีและเป็นธรรม ใช้บังคับกับนักการเมือง พรรคการเมือง และว่าที่ผู้สมัคร อย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะมีตำแหน่งอยู่ในฝ่ายบริหารหรือไม่ก็ตาม โดยเห็นว่า เรื่องดังกล่าวอาจมีปัญหาว่าขัดกับหลักสามัญสำนึก หลักนิติธรรมและหลักปฏิบัติที่ใช้กันมา ดังนี้

1.บทบัญญัติในกฎหมายเลือกตั้งทำนองนี้ไม่เคยมีมาก่อน แต่เกิดขึ้นภายหลังการรัฐประหาร และพิจารณาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่สมาชิกไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่กลับเป็นผู้พิจารณาเรื่องการเลือกตั้ง

2.ข้อจำกัด 180 วัน มีความลักลั่น เนื่องจากถ้าในการเลือกตั้งภายหลังการยุบสภา จะต้องใช้บทบัญญัติอื่นที่ระยะเวลาในการคำนวณค่าใช้จ่าย และห้ามกระทำบางเรื่องจะสั้นกว่า ตามปกติประมาณ 60 วัน สะท้อนว่าการห้ามเป็นเวลา 180 วันนั้น ไม่มีตรรกะที่ดีในการร่างกฎหมาย

3.เงื่อนไข 180 วันนั้น เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนนานเกินควร ที่จะได้รับทราบนโยบายของนักการเมืองในบางสถานที่ และเวทีที่มีข้อห้ามและประชาชนมาชุมนุมกันจำนวนมาก เช่น ในเวทีที่มีมหรสพ อีกทั้งยังทำให้นักการเมืองไม่สามารถดำเนินชีวิตตามปกติประเพณีได้ในช่วงเวลานั้น เช่น การใส่ซองในงานประเพณีต่างๆ นอกจากนั้นข้อห้ามที่ค่อนข้างนานกระทบต่อการดูแลช่วยเหลือประชาชนถ้ามีกรณีภัยพิบัติต่างๆ เช่นน้ำท่วม เป็นต้น

4.เงื่อนไขในลักษณะนี้มีปัญหาเรื่องความชัดเจน ก่อให้เกิดความกังวลว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ แม้ กกต.จะชี้แจง แต่ข้อกังวลยังคงอยู่ เพราะยังมีช่องตีความและใช้ดุลพินิจ กฎหมายที่ดีควรชัดเจน และไม่ควรเปิดช่องให้ต้องตีความ

5.ข้อที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ ความเป็นธรรมและความเท่าเทียม ถ้าบทบัญญัติและระเบียบห้ามนักการเมืองทั่วไปว่าทำไม่ได้ แต่ผู้มีตำแหน่งทางฝ่ายบริหารในรัฐบาลเช่นรัฐมนตรีทำได้ อาจรู้สึกว่าลักลั่นกัน มีปัญหาเรื่องความเท่าเทียม เป็นธรรมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ก่อนเลือกตั้ง พรรคเห็นว่าบทบัญญัติกฎหมายต้องไม่ทำให้ฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ

พรรคเพื่อไทย เห็นว่าโจทย์สำคัญของการเลือกตั้ง คือต้องสุจริต เสรีและเป็นธรรม ดังนั้น กฎหมายเลือกตั้งต้องตอบโจทย์นี้ให้ได้ ถ้าบทบัญญัติเรื่องค่าใช้จ่าย และการห้ามทำกิจกรรมในบางเรื่องในช่วงเวลา 180 วันก่อนสภาครบวาระ ไม่ตอบโจทย์ ไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งสุจริต เสรีและเป็นธรรมมากขึ้น เราต้องช่วยกันพิจารณาหาทางแก้ไข และพรรคพร้อมเสนอแนวทางแก้ไขในเรื่องนี้ ร่วมกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้ดียิ่งขี้น เนื่องจากกฎหมายที่ดีต้องชัดเจน ปฏิบัติตามได้ สอดคล้องกับสามัญสำนึก และหลักนิติธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน