แถลงการณ์ฝ่ายค้าน ย้ำชัดคำวินิจฉัยศาลรธน. ไม่ได้ช่วยฟอกขาว‘ประยุทธ์’ ชลน่าน ปลุกประชาชนให้บทเรียน จ่อยื่นซักฟอก ม.152 หลังเปิดสภา ชี้โอกาสยุบสภาสูง
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 ก.ย.2565 ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน ออกแถลงการณ์ เรื่อง ผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา อ่านแถลงการณ์ยืนยันการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ นั้น ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.57 เป็นต้นไปเท่านั้น
การวินิจฉัยให้เริ่มนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.60 อันเป็นวันที่รัฐธรรมนูญปี 2550 มีผลใช้บังคับนั้น จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีสิทธิดำรงตำแหน่งนายกฯ หลังครบวาระในครั้งนี้แล้วอีก 2 ปีจนถึงปี 2568 น่าจะเป็นการตีความที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ตามที่ประชาชนเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว
เพราะจะส่งผลให้พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งได้รวม 10 ปี ซึ่งเกินกว่า 4 ปี และเกินกว่า 2 วาระปกติของการดำรงตำแหน่งนายกฯ อันผิดไปจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 และรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้าที่ต้องการจำกัดวาระและระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ มิให้เกิน 2 วาระ หรือเกินกว่า 8 ปี และยังขัดต่อการรับรู้ทั่วไปของประชาชน และขัดต่อข้อเท็จจริงว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ มาตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.57
การตีความลักษณะนี้ จะมีผลแปลกประหลาดคือ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ อยู่ในวันที่ 6 เม.ย.60 ที่รัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้ ระยะเวลา 8 ปีก่อนวันที่ 6 เม.ย.60 กลับไม่นำมานับ แต่หลังจากวันที่ 6 เม.ย.60 กลับนำมานับ ทั้งๆ ที่มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ ฉบับเดียวกัน
ในชั้นเริ่มต้นของการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์เมื่อปี 2557
แม้พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ได้เข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ จากความเห็นชอบของสภา ตามมาตรา 158 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญปี 2560 แต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ได้บัญญัติให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่สภา ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ให้ความเห็นชอบให้พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ กรณีนี้จึงถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ย่อมเป็นนายกฯ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 264
นอกจากนี้เมื่อรัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกอ้างความชอบธรรมจากผู้มีอำนาจบ่อยครั้ง ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงและผ่านการลงประชามติของประชาชน การตีความให้พล.อ.ประยุทธ์ได้อยู่ในตำแหน่งเป็น 8 ปีได้ นอกจากขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้วยัง ขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยด้วย ถือเป็นการทำลายรากฐานของระบอบประชาธิปไตยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการผูกขาดการใช้อำนาจ
ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าแม้ผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ มีสิทธิดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไปได้ แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คงมิใช่เป็นการฟอกขาวให้แก่พล.อ.ประยุทธ์ โดยประการใดๆ
พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าภาพจำของประชาชนที่มีต่อตัวนายกฯ คือผู้ที่พยายามจะสืบทอดอำนาจทุกวิถีทางเท่าที่จะหาวิธีทำให้ได้ ผู้ที่ผิดสัญญากับประชาชนมาตั้งแต่ต้นที่ทำรัฐประหารว่าจะอยู่ไม่นาน ผู้ที่ผิดสัญญากับประชาชนในการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ จนทำให้ประเทศไทยตกขบวนลดชั้นลงไปจากผู้นำในอาเซียน
การจะอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้อยู่ในอำนาจได้ต่อไป จึงมีแต่ความว่างเปล่าในสายตาของประชาชน และขอให้ประชาชนได้ให้บทเรียนกับพล.อ.ประยุทธ์ และองคาพยพของพล.อ.ประยุทธ์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้พล.อ.ประยุทธ์ ทำหน้าที่นายกฯ ต่อไป บทบาทของพรรคร่วมฝ่ายค้านในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นเสียงข้างน้อย ก็จะทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลต่อไป โดยช่วงนี้ปิดสมัยประชุมสภา และจะเปิดประชุมอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ย.2565 และปิดสมัยประชุมอีกครั้งในวันที่ 28 ก.พ.2566 ถ้าเปิดสมัยประชุม เราจะทำหน้าที่ตรวจสอบให้เข้มข้นอย่างที่สุด ที่สำคัญเราเตรียมเสนอญัตติการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เสนอแนะปัญหาต่อครม. โดยเมื่อเปิดสมัยประชุม จะยื่นต่อประธานสภาเพื่อขอเสนอญัตติดังกล่าวทันที
นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า สถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ จะเหมือนพายุโนรูเข้าประเทศไทย แต่ประเทศเราไร้ทางออกเช่นกัน แต่เป็นโนรูล (rule) ซึ่งเป็นข้อที่เราห่วงใหญ่มาก อยากให้ฝ่ายบริหารโดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ รับฟังข้อเสนอของประชาชนภายใต้ความสงบเรียบร้อย โดยไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเรียกร้องชุมนุม ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออกตามข้อเสนอของเขา ต้องให้สิทธิเสรีภาพที่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ต้องไม่สร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงหรือความขัดแย้งเกิดขึ้น ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ควรสละตำแหน่งเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ทุกอย่างก็จบ
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะยุบสภาหลังจากนี้ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะยุบสภาถึงร้อยละ 90 จากเดิมที่เคยประเมินไว้ร้อยละ 80 โดยมี 2 ปัจจัยที่จะเกิดยุบสภา คือ 1.ผู้มีอำนาจเห็นว่าตัวเองได้ประโยชน์ เพราะเตรียมไว้หมดแล้ว รวมถึงเงื่อนไขฎหมาย ถ้าอยู่จนครบวาระ ส.ส.ต้องสังกัดพรรคภายใน 90 วัน และจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน แต่ถ้ายุบสภา ส.ส.ต้องสังกัดภายใน 30 วัน และจัดการเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน ซึ่งจะมีเวลาหาเสียงมากกว่าการปล่อยให้อยู่ครบวาระ และ 2.ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นมากกว่าเดิม เพราะประชาชนนับเลขเป็น รับรู้ได้ จะเกิดความไม่สงบ มาจากการเรียกร้องให้ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน
“ทางที่ดีที่สุด เขาจะต้องคืนอำนาจให้ประชาชน โดยการยุบสภา เขาไม่ได้เรียกร้องให้มายึดอำนาจ ฉะนั้นกลไกที่จะทำให้เขามายึดอำนาจ ประชาชนเขาจะไม่ทำ ยกเว้นจะมีคนสร้างสถานการณ์ทำเหตุการณ์ให้สมอ้างกับการทำรัฐประหาร ซึ่งจะทำให้ประเทศล้าหลัง เป็นสิ่งที่ไม่ดีแน่นอน” นพ.ชลน่าน กล่าว
เมื่อถามว่ามีความเป็นได้หรือไม่ที่จะยุบสภาหลังประชุมเอเปก นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หลังเสร็จการประชุมเอเปกช่วง 19-20 พ.ย. มีความเป็นไปได้ที่จะมีการยุบสภาช่วงปลายเดือนพ.ย.หรือต้นถึงกลางเดือนธ.ค. แล้วไปเลือกตั้งในเดือน ก.พ.66