เพื่อไทยอัด ประยุทธ์ เตือนนานแล้วเรื่องครอบครองยาเสพติด แต่เพิ่งคิดแก้ ถนัดแต่ตั้งคกก. ไร้แผนทำงานเชิงรุก ทำสังคมไทยเสื่อมถอย

เมื่อวันที่ 13 ต.ค.65 น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาวุธปืน โดยระบุว่าอาจมีการทบทวนกรณีการแก้ไขกฎหมายปริมาณการครอบครองยาเสพติดใหม่ ถ้าเกินกว่า 5 เม็ดควรเป็นผู้ค้า เพื่อแยกประเภทผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยได้ชัดเจนขึ้น และให้มีการลงโทษอย่างเด็ดขาด ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า เรื่องนี้ตนได้เคยออกมาเสนอแนะแล้วเมื่อ 2 เดือนก่อน พบว่าส่วนหนึ่งของปัญหาคือการรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดรวม 24 ฉบับเหลือ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่2) พ.ศ.2564 ที่ดูเหมือนจะเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดหรือจำเลย ได้ต่อสู้หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิด โดยมีการปรับโทษให้ผู้ต้องหายาเสพติดที่เป็นผู้ค้าตัวจริงได้รับโทษเบาลงนั้น ในความเป็นจริงหากย้อนไปดูกฎหมายเดิม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 หากผู้ใดครอบครองยาเกินปริมาณที่กำหนด ให้สันนิษฐานว่าครอบครองเพื่อจำหน่ายและจะได้รับโทษรุนแรง

น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่อว่า แต่หลังจากได้มีการปรับการชี้วัดผู้ค้าออกจากผู้เสพ ด้วยปริมาณการครอบครองยาเสพติดเดิม หากครอบครองเกินกำหนดให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้ค้า เปลี่ยนมาเป็นการพิจารณาจากพฤติการณ์การครอบครองยาแทน ทำให้คนขายกลายเป็นคนเสพ ผู้ค้ารายย่อยตัวจริงกลายเป็นผู้เสพ และได้รับโทษเบาลง จากช่องโหว่ของกฎหมายนี้ เป็นสาเหตุทำให้ผู้ขายทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ยาเสพติดจึงไม่หายไปและยังระบาดหนักมากขึ้นทุกปีจนเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้น แม้หลังเหตุโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศและทั่วโลก ที่ส่วนหนึ่งมาจากปัญหายาเสพติด นอกจากทบทวนกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาผู้ค้าและผู้เสพให้ชัดเจนมากขึ้นแล้ว เรื่องการกำหนดการครอบครองยาเสพติดในเวลานี้สถานการณ์ที่ยาเสพติดแพร่ระบาดอย่างหนักในทุกชุมชน ทางแก้เรื่องนี้อาจไม่ใช่ลดจำนวนการครอบครองยาเสพติดเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีข้อมูลผู้ค้า ผู้เสพ รวมถึงฝ่ายความมั่นคงทุกภาคส่วนต้องตรวจสอบ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อดูความเชื่อมโยงการนำเข้าสารตั้งต้น ที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด และรัฐบาลซึ่งเป็นต้นน้ำของการแก้ไขปัญหา มีอำนาจเต็มในการบริหารต้องเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด ผู้ค้าคือผู้ค้า ผู้เสพคือผู้ป่วย ฝ่ายนโยบายและฝ่ายความมั่นคงคือด่านหน้า ทุกฝ่ายต้องทำงานอย่างแข็งขันกันทั้งองคาพยพไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

“การแก้ไขปัญหายาเสพติด ไม่ใช่เพียงการประกาศให้ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ และตั้งคณะกรรมการ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์นั่งเป็นประธานหัวโต๊ะลุยแก้ปัญหาสารพัดเรื่อง ตั้งคณะกรรมการมาแล้วจนนับจำนวนไม่ได้ มีกี่คณะที่แก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างแท้จริง วันนี้สิ่งที่ประชาชนอยากได้ คือการกำหนดเป้าหมายการปราบปราม จับกุมยาเสพติด เน้นการทำงานเชิงรุก กำหนดกรอบระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน เพื่อลดปริมาณยาเสพติดในสังคมไทย เมื่อไหร่พล.อ.ประยุทธ์จะเรียนรู้ว่าแก้ปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆ ก็ได้ผลลัพธ์แบบเดิมไม่เกิดประสิทธิภาพ ก่อนทรัพยากรมนุษย์ถูกทำลาย เสียดายโอกาสประเทศ” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน