ปชป.จัดเสวนาแก้น้ำท่วมกทม. “ดร.เอ้” ชี้ ต้องแก้ด้วยกระบวนการทันสมัย แนะ ปั๊มน้ำต้องมีประสิทธิภาพ-ทำบ่อพักใต้ดินรอระบาย-ป้องกันน้ำทะเลหนุนจากปากเจ้าพระยา

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ต.ค. 2565 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จัดเสวนาพิเศษ เรื่อง “ถอดบทเรียนปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก” โดยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. กล่าวตอนหนึ่งว่า สถานการณ์วันนี้เราควรเริ่มคิดด้วยกระบวนการที่ทันสมัย เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กทม. มีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปี 54 แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์น้ำจากน้ำฝนจะแย่ขึ้นทุกปี

การใช้ระเบียบวิธีปฏิบัติแบบเดิม คือ การลอกท่อ ลอกคลอง ช่วยได้แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะพื้นที่กทม.อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ดังนั้น หากเราไม่เปลี่ยนแนวคิด กทม.ก็จะจม ซึ่งไม่ได้เดือดร้อนเฉพาะคนในพื้นที่กทม. แต่รวมถึงพื้นที่ปริมณฑลด้วย วันนี้คนที่กทม.ควรต้องยกมือไหว้กราบงามๆ คือ คนอยุธยาที่ต้องจมน้ำอย่างน้อย 2 เดือน เพราะกทม. เนื่องจากมีการกักน้ำไว้ที่อยุธยา เพราะหากปล่อยมากทม.ก็ไม่เหลือ

พรรคประชาธิปัตย์จึงนึกถึงแต่พื้นที่กทม.ไม่ได้ เพราะจะทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมเชิงระบบได้ เราพยายามเสนอสิ่งที่มีในต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบายแก้มลิงใต้ดิน เป็นสิ่งที่กทม.มีความจำเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ จะต้องมีระบบการเตือนภัยที่ทันสมัยเข้าถึงประชาชนได้ง่าย ซึ่งปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาทางวิศวกรรมและเทคนิค ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ไม่ใช่จะทำได้ทุกคน

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยสร้างระบบแก้มลิงใต้ดิน ไม่ต้องรอปรับผังเมือง เพราะไม่ว่ายุโรปหรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ่น ก็ไม่ได้มีผังเมืองที่ดีมาก่อน เราสามารถแก้ปัญหาในระดับใหญ่ควบคู่กับระดับท้องถิ่นไปพร้อมกันได้ โดยการแก้ปัญหาระยะสั้น เนื่องจากกทม.มีพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ เป็นเมืองปั๊ม หากปั๊มไม่สามารถทำงานได้ เมื่อฝนตก กทม.จมแน่นอน ดังนั้น กทม.ต้องบริหารจัดการปั๊มน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นายสุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า แต่ถ้ามีเวลาและงบประมาณในปีหน้า ขอแนะนำแบบไม่อคติ ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตนเสนอว่าต้องเปลี่ยนจากปั๊มดีเซลเป็นปั๊มไฟฟ้าอัตโนมัติทันที ส่วนระยะกลาง คือ การสร้างบ่อพักน้ำรอระบายใต้ดิน ในพื้นที่ที่ฝนตกแล้วน้ำแช่อยู่นาน เช่น พื้นที่จตุจักร สุขุมวิท รามคำแหง ล่าสุดคือพื้นที่หลักสี่ ที่แม้มีปั๊มแต่ก็ระบายน้ำไม่ทัน

ดังนั้น ต้องทำบ่อพักน้ำรอระบายเพื่อช่วยพักน้ำในพื้นที่นั้น ซึ่งการทำแต่ละที่ ที่ละไม่เกิน 1 พันล้านบาท ส่วนระยะยาว ถ้ากทม.ยังไม่คิดป้องกันน้ำทะเลหนุนจากปากแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงวันนั้นก็จะสายเกินไป วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องการนำเสนอในสิ่งที่ไม่ใช่ฉาบฉวย แต่เป็นนโยบายเพื่ออนาคตจริงๆ นี่คือความจริงใจของเรา

ด้านนายพลพัฒน์ นิลอุบล อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า นอกจากน้ำฝน ยังมีดินทรุด และน้ำทะเลหนุน ทำให้เกิดภัยพิบัติ ซึ่งปัจจุบันควรต้องวางแผนให้เร็วที่สุด สิ่งที่ทำได้ทันทีนอกจากทางเทคนิคแล้ว การแสดงข้อมูลให้ประชาชนเห็นว่า กทม.มีวิสัยทัศน์อย่างไร และจะเดินไปในทิศทางไหนก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำได้ทันที เพื่อให้นโยบายของกทม.มีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์นั้น นอกจากนี้ สวนสาธารณะก็เป็นพื้นที่ชะลอน้ำได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน