เมื่อวันที่ 22ต.ค.2565 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ประธานภาค กทม. รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสความนิยมหลังเปิดตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคว่า ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ประชาชนให้การตอบรับนายสมคิดเป็นอย่างดี เข้าใจอย่างชัดเจนว่านายสมคิด มีความเชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจ ในการพื้นที่กทม. ของพรรคก็ใช้ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจหาเสียงเป็นหลัก
ผู้สื่อข่าวถามถึงทิศทางการทำงานกับพรรค หลังโพสต์ว่า “Maybe it is time to move on.. มีนัยยะหรือต้องการสื่อสารประเด็นอะไรหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ในตัวแทนภาค กทม. มีส่วนหนึ่งที่คิดว่าเราทำงานสามัคคีกันดี และลงพื้นที่กันเต็มที่แล้ว เมื่อประชาชนถามว่า จะไปรวมกับพรรคอื่นๆ หรือไม่ และรวมพรรคแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งมีทั้งคนที่ชอบ และไม่เห็นด้วย
ส่วนตัวไม่ติดใจอะไรหากคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) คุยกันแล้วว่าการรวมพรรคเป็นประโยชน์ แต่ในส่วนของว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.พรรคสร้างอนาคตไทย แต่ละคนค่อนข้างเป็นห่วงว่า การรวมพรรคจะทำให้สิ่งที่หาเสียงไว้กับประชาชนสะดุดลง และจะถูกมองว่ารวมพรรคเพื่อคะแนนตัวเอง ทั้งที่ประชาชนอยากได้นายสมคิด เป็นนายกฯ และอยากได้นโยบายที่พรรคนำเสนอตามที่ประชาชนสะท้อนกลับมา เราเลยไม่อยากให้สะดุด หากรวมแล้วไปสะดุด แล้วเราต้องไปอธิบายกับประชาชนใหม่ว่า ไม่ได้มีแค่นายสมคิด คนเดียวแล้ว แต่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และคนอื่นๆ เข้ามาอีก ก็เป็นเรื่องที่อธิบายยากเหมือนกัน
เมื่อถามว่าส่วนตัวมองว่าการรวมพรรคจะทำให้การหาเสียงสะดุดลงใช่หรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ตนไม่ค่อยห่วงคุณหญิงสุดารัตน์ เพราะพรรคไทยสร้างไทยอ่อนแรงไปมากหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นคนที่ทำพื้นที่ กทม. มานาน และตนไม่ได้มีเรื่องอะไรกับคุณหญิงสุดารัตน์ ช่วงหลังคุณหญิงสุดารัตน์ ไปเน้นพื้นที่อีสาน และในกทม. ยังไม่ได้ทำพื้นที่มาก หากสามารถรวมกันได้ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ดูแลอีสาน และตนดู กทม. ช่วยกันก็ไม่น่ามีปัญหา แต่หากมีพื้นที่ทับซ้อนมาก จะทำให้สะดุด เมื่อมีเวลาเตรียมตัวเลือกตั้งเพียง 3 เดือน จึงไม่มีเวลาปรับโครงสร้าง จะทำให้งานสะดุด