ทิพานัน เหน็บเพื่อไทย เตือนผู้นำยึดประโยชน์ส่วนตัวจบไม่สวย ย้อนดู ‘ทักษิณ’ สืบทอดอำนาจ ดันน้องเขย-น้องสาวเป็นนายกฯ ป้อง รมต.ลาประชุมครม.เป็นสิทธิทำได้
เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2566 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) เตือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ว่าผู้นำในอดีตที่สืบทอดอำนาจโดยยึดประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องก่อนประเทศชาติและประชาชน จบไม่สวยสักรายว่า การกล่าวเตือนของนายอนุสรณ์ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ที่ทำให้คนไทยนึกถึงพฤติกรรมของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่พยายามสืบทอดอำนาจ เพื่อครอบงำการเมือง พฤติกรรมผ่านเครือญาติที่มีบทบาทในพรรคการเมือง แล้วจบไม่สวย ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในขณะนี้
แม้วันเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ภาพจำการโกงยังชัดเจนในใจคนไทยเสมอ เช่น การคอร์รัปชันกรณีสั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย อนุมัติเงินกู้สินเชื่อจำนวน 4,000 ล้านบาทแก่รัฐบาลเมียนมา โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุน เพื่อนำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้ซื้อสินค้าและบริการของบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งจำคุก 3 ปีไม่รอลงอาญา คดีนี้ชัดเจนที่สุดที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า นายทักษิณ ยังสนับสนุนให้เครือญาติ ตั้งแต่น้องเขยคือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และน้องสาวคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ อีกทั้งล่าสุดคือการสนับสนุน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวเข้ามามีบทบาทเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
สิ่งที่สำคัญ ประชาชนยังนึกถึงและจำจด ผู้นำแบบนายทักษิณ ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งปี 2544-2549 มีทั้งคดีซุกหุ้น คดีโกงทุจริต รวมเกือบ 10 คดี แถมยังมีพฤติกรรมแสดงบทบาทการครอบงำการเมือง และบทบาทสืบทอดอำนาจผ่านการคิดนโยบายต่างๆ ของพรรคการเมืองมาตลอด เช่นในการเลือกตั้งปี 2554 มีสโลแกนหาเสียง “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ”
นายทักษิณ ยังเคยให้สัมภาษณ์นิตยสารฟอร์บ (Forbes) ทำนองว่าเป็นคนคิดนโยบายจำนำข้าวขึ้นมาเอง ซึ่งขณะนั้นคือ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดำเนินนโยบายดังกล่าว สุดท้ายมีผลเสียกระทบรุนแรงต่อการค้าข้าวไทยและภาวะหนี้สินของชาติอย่างมหาศาล จากการโกงโครงการรับจำนำข้าว จนสังคมตราหน้าว่าสืบทอดการโกงแบบมาราธอนจริงๆ
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ส่วนที่นายอนุสรณ์ ตั้งข้อสังเกตรัฐมนตรีลาประชุมครม.นั้น เป็นสิทธิของรัฐมนตรีที่จะลาประชุม เนื่องจากมีภารกิจหรือติดราชการ ทำได้ ไม่ได้ส่งผลกระทบ หากองค์คณะครบตามที่กฎหมายกำหนด ครม.จะประชุมได้ตามปกติ ต้องขอบคุณนายอนุสรณ์ ที่เป็นห่วงเรื่องที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับตนเองเท่าไร