พลังประชารัฐ ยัน บัตรประชารัฐ 700 บาท สอดรับเงินเฟ้อ มุ่งแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน แย้ม เตรียมเปิดนโยบายใหม่ “ที่ดินประชารัฐ”

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2566 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายเพิ่มวงเงินในบัตรประชารัฐ เป็น 700 บาทต่อเดือน ว่า จะมีประชาชนได้รับสิทธิประมาณ 18 ล้านคน คนละ 700 บาทต่อเดือน โดยใช้งบประมาณเดือนละ 1.2 หมื่นล้านบาท หรือ ปีละ 1.5 แสนล้านบาท และได้คำนวณแหล่งที่มาของงบประมาณในการใช้จ่าย

นางนฤมล กล่าวต่อว่า ในส่วนของบัตรประชารัฐที่เราได้ทำมาตั้งแต่ปี 61 ไม่ได้มีแค่เงินรายเดือน 200-300 บาท แต่ยังมีสวัสดิการอื่นอีก เช่น ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าเดินทาง เราพยายามจัดการสิ่งเหล่านี้ให้สอดคล้องกับความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

นางนฤมล กล่าวว่า ปัจจุบันเศษฐกิจทั่วโลกเผชิญกับสภาวะเงินเฟ้อ ไม่ต่างกับประเทศไทย สินค้ามีราคาสูงขึ้นมาก ดังนั้น เงิน 200-300 บาทต่อเดือน ไม่เพียงพอ เสียงสะท้อนจากผู้สมัครส.ส.ของพรรค ที่ลงพื้นที่ไปพบปะกับประชาชนต่างก็บอกเงินไม่พอแล้ว

“พรรคพลังประชารัฐให้ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ ให้สู้กับสภาวะเงินเฟ้อได้ และในนโยบายทั้งหมด ไม่ได้มีแค่ 700 บาท เรายังคงมุ่งหน้าแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน โดยต้องมีการฝึกอบรม การให้ 700 บาทเป็นการให้ปลาไปเฉยๆ จะต้องให้เบ็ดเขาด้วย แล้วก็สอนวิธีตกปลา” นางนฤมล กล่าว

นางนฤมล กล่าวต่อว่า ถ้าเราจะพึ่งเพียงงบประมาณอย่างเดียว ประเทศไทยคงจะเดินไปข้างหน้าได้ช้า เราต้องคิดออกนอกกรอบงบประมาณรัฐบาลด้วย ในหลายๆ ประเทศเขาใช้ศักยภาพตลาดทุน คือ กองทุนเพื่อสังคม ที่ระบุเลยว่าไปช่วยกลุ่มไหนแล้วก็ระดมทุน เช่น กองทุนพัฒนาชีวิตผู้พิการ กองทุนที่จะช่วยแม่เลี้ยงเดี่ยว กองทุนผู้ที่ติดคุกมีงานทำ กองทุนที่จะช่วยเกษตรไทย เพื่อเป็นกองทุนลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในเรื่องเศรษฐกิจ โดยระดมทุนจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

“สิ่งที่ภาครัฐทำได้ คือ การจัดโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสม เช่น ถ้ามีการซื้อหน่วยลงทุนก็มาหักภาษีได้ ยกตัวอย่าง ถ้าจะไปช่วยเกษตรกร บริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นมาก็สามารถเข้าไปดูแลเกษตรกร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ว่าเขาปลูกพืชอะไร ใช้ต้นทุนเท่าไร ต้องไปทำอย่างไรให้เขาลดต้นทุน สินค้าที่ได้มาไปที่ไหน ตลาดที่เรารับคืออะไร แปรรูปแล้วราคาเท่าไร

พอเป็นรูปธรรมอย่างนี้ ตัวช่วยต่อไปที่ต้องทำ คือ เชื่อมกับภาคเอกชน เพื่อที่จะหาแหล่งตลาด ทำให้เกิดรายได้กับเกษตรกร ซึ่งรายได้นี้จะต้องคืนผลตอบแทนกลับมาให้นักลงทุนที่เป็นเจ้าของเงินที่ซื้อหน่วยลงทุน ทั้งนี้ คาดว่านโยบายต่อไปที่จะมีการประกาศ คือ นโยบายที่ดินประชารัฐ” นางนฤมล กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน