วราวุธ โว มีคนเข้าชทพ.เรื่อยๆ ลั่นนโยบายเบี้ยคนพิการทำได้จริง ย้ำไม่รีบตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ไม่หวั่น ยุบสภาตอนไหน มีค่าเท่ากัน พร้อมทุกเมื่อ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ม.ค.2566 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น ถ.วิภาวดี กทม. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า ที่ผ่านมาเราลงพื้นที่กันตลอด ส่วนการคัดเลือกผู้สมัครส.ส.นั้น มีผู้สนใจสมัครมาร่วมงานกับพรรค คาดว่าจะมีมาเรื่อยๆ จนกว่านายกฯจะประกาศยุบสภา และเมื่อยุบสภาแล้ว จะมีการโยกย้ายรอบสุดท้ายกันอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่านโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จะสำเร็จ เพราะที่ผ่านมามี ส.ว.คัดค้าน นายวราวุธ กล่าวว่า หากเป็นเสียงของประชาชนแล้ว ตนคิดว่าองค์กรต่างๆ คงไม่เห็นต่างกับประชาชน เมื่อถามย้ำว่าพรรคฝ่ายค้านเคยเสนอตั้ง ส.ส.ร.แก้รัฐธรรมนูญ พรรคจะร่วมงานได้ด้วยหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนคิดว่าใครจะมาร่วมมือกับพรรคตามแบบที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เคยทำไว้ ซึ่งเป็นต้นแบบของรัฐธรรมนูญปี 40 เรายินดีทั้งนั้น
เมื่อถามถึงนโยบายเบี้ยคนพิการเดือนละ 3,000 บาท จะเกิดขึ้นทันทีหลังได้เป็นรัฐบาลเลยหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ถ้าเรามีโอกาสได้ทำงาน มั่นใจว่านโยบายดังกล่าวจะสามารถผลักดันเพื่อดูแลคนพิการได้ ส่วนจะต้องแก้ไขกฎหมายด้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้คนพิการทั่วประเทศไม่ได้มี 67 ล้านคน จึงไม่ได้หมายความว่าเราให้ 3,000 บาทกับทุกคน แต่เงื่อนไขของแต่ละคนที่จะมีสิทธิได้รับเบี้ยดังกล่าว ต้องดูสถานะความเป็นอยู่ และรายได้ว่ามีสิทธิได้รับหรือไม่ เรามั่นใจว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และด้วยงบประมาณที่ดูแลคนพิการของกระทรวงต่างๆ เราสามารถนำเม็ดเงินงบประมาณนี้มาใช้ได้
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ตั้งเงื่อนไขอย่างไรในการจับมือตั้งรัฐบาล นายวราวุธ กล่าวว่า ตนพูดเสมอว่าเลือกตั้งเสร็จ พรรคใดได้คะแนนเสียงเท่าใดต้องพูดคุยกันอีกครั้ง การตั้งเงื่อนไขวันนี้ไม่เกิดประโยชน์
เมื่อถามย้ำว่าพรรคตั้งเป้าหรือไม่ว่า หลังเลือกตั้งจะต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ตั้งแต่เป็นพรรคชาติไทย เคยเป็นทั้งพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล แกนนำฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน เราเป็นมาหมดแล้ว ไม่ได้เดือดร้อนที่จะเป็นอะไร สำคัญที่จำนวน ส.ส.ที่เรามี จะทำงานให้กับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน
เมื่อถามว่ามองว่าจะมีการยุบสภาในช่วงใด นายวราวุธ กล่าวว่า อีกเดือนกว่าๆ จะครบวาระของสภาชุดนี้ ดังนั้น จะยุบสภาเมื่อไหร่ไม่ต่างกัน ยุบเมื่อไหร่เราพร้อมเมื่อนั้น เชื่อว่าวันนี้ทุกพรรคอยู่ในโหมดเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ตนไม่คิดว่าจะยุบสภาก่อนกฎหมายลูกบังคับใช้ เพราะจะเกิดความวุ่นวายกันอีก เชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องคงดูสถานการณ์ต่างๆให้ลงตัว คาดว่าจะยุบสภาหลังกฎหมายลูกบังคับใช้แล้ว
เมื่อถามว่าการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดี เป็นโอกาสให้เราได้ชี้แจงถึงข้อกังขาของสังคมและหลายประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม เมื่อชี้แจงแล้วสังคมจะมีความคิดอย่างไรนั้น คงต้องดูเหตุการณ์กันอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าการทำงานตลอด 3 ปีกว่าของพรรค ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรามีผลงานเป็นที่ประจักษ์
เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายค้านกังวลว่าจะชิงยุบสภาก่อนอภิปรายตามมาตรา 152 นายวราวุธ กล่าวว่า เป็นการคาดการณ์กันเองมากกว่า สิทธิในการยุบสภาเป็นของนายกฯคนเดียว แต่เมื่อมีการเสนอญัตติอภิปรายทั่วไป เราก็พร้อมชี้แจง ส่วนจะยุบสภาหรือไม่นั้น ไม่ใช่ประเด็น