“บิ๊กป้อม” อ้าแขนรับ “2 กุมาร-บิ๊กน้อย” กลับบ้านเก่า ช่วยเศรษฐกิจ-การเมือง “อุตตม” ไม่ติดใจเรื่องเก่า แย้ม เดี๋ยวมีทยอยสมทบอีก

เมื่อเวลา 14.38 น. วันที่ 30 ม.ค. 2566 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถ..รัชดาภิเษก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางเข้าที่ทำการพรรค จากนั้น พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน นายอุตตม สาวนายน และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ขึ้นไปยังห้องทำงาน พล.อ.ประวิตร เพื่อยื่นใบสมัคร โดยพล.อ.ประวิตร ลงนามใบสมัครด้วยตัวเอง ก่อนที่จะสวมเสื้อพรรคให้นายอุตตม และนายสนธิรัตน์

จากนั้น พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ร่วมกันแถลงเปิดตัว พล.อ.วิชญ์ นายอุตตม และนายสนธิรัตน์

โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า น่าดีใจที่เราได้ต้อนรับทั้ง 3 คน คือ พล.อ.วิชญ์ นายอุตตม และนายสนธิรัตน์ ถือเป็นเกียรติกับพลังประชารัฐอย่างยิ่ง ตนพูดไม่เก่ง แต่ฟังเก่ง แล้วฟังรู้เรื่องด้วย พรรคของเราเป็นพรรคที่เรารวมกัน ก้าวข้ามความขัดแย้งทั้งหมด ฉะนั้น ทั้ง 3 คนจะมาช่วยพลังประชารัฐ ในการดำเนินการกิจกรรมการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อให้พรรคมีความเข้มแข็ง ทั้งนี้ นายอุตตมจะมาช่วยดูแลเรื่องเศรษฐกิจ นายสนธิรัตน์จะช่วยดูเศรษฐกิจและการเมืองด้วย ส่วนพล.อ.วิชญ์ ช่วยทั้งพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า การกลับมาของทั้ง 3 คน จะทำให้ได้เป็นนายกฯ คนที่ 30 หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องประชาชนเลือก คุณถามอย่างนี้ผิดนะ จะให้ตนเป็นนายกฯ คนที่ 30 ได้อย่างไร ประชาชนต้องเป็นคนเลือก ถ้าไม่ได้เลือกจะเป็นได้อย่างไร

เมื่อถามว่า ตอนนี้แคนดิเดตนายกฯ ในพรรค มีแค่คนเดียว ไม่มีคนอื่นแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถ้าตอบว่าตนไม่รู้ จะหาว่าตนไม่รู้อีก เมื่อถามกรณีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ระบุจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า ใครบอก ถ้านายมิ่งขวัญบอกเองก็ต้องไปถามนายมิ่งขวัญ แต่ยืนยันว่านายมิ่งขวัญยังอยู่กับพรรค และช่วยด้านเศรษฐกิจ เพราะในพรรคมีงานให้ทำเยอะแยะ ไม่ต้องห่วง เมื่อถามอีกว่า แล้วจะให้ใครเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นทั้งหมดเลย ไม่เป็นไร หัวหน้ามีได้หลายคน

เมื่อถามว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย จะตามมาร่วมงานหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามนายสมคิด จะถามตนได้อย่างไร เพราะไม่ได้คุยกันเลย เมื่อถามว่า จะป้องกันปัญหาเรื่องความขัดแย้งอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ที่นายอุตตม และนายสนธิรัตน์ ออกไปจากพรรค เพราะมีเรื่องความขัดแย้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีความขัดแย้ง ออกไปก็ไม่ได้ขัดแย้ง

ด้านนายอุตตม กล่าวเปิดใจถึงสาเหตุที่กลับมาพลังประชารัฐ ว่า เรื่องสำคัญสุด คือ การสร้างความปรองดอง ต้องขอบคุณหัวหน้าพรรคที่ได้เชิญชวนพวกตนมาทำงานร่วมกัน ในเวลาที่ประเทศชาติต้องการเดินหน้า พล.อ.ประวิตร แสดงอุดมการณ์มุ่งมั่นชัดเจนที่จะรวบรวมผู้คนจากหลายๆ ฝ่ายมาทำงานด้วยกัน

นายอุตตม กล่าวต่อว่า อีกเหตุผลหนึ่ง คือ พวกตนเคยเป็นสมาชิกเก่าในบ้านหลังนี้ มีส่วนร่วมริเริ่มสร้างพลังประชารัฐมา มีส่วนในการคิดและผลักดันนโยบายส่วนหนึ่งขึ้น เช่น บัตรประชารัฐ หัวหน้าพรรคประกาศชัดเจนแล้วว่า จะนำพรรคขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเหล่านี้ เรายินดีที่จะทำงานร่วมกับทุกคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ก้าวข้ามขัดแย้งได้แล้ว

เมื่อถามว่า ที่ตัดสินใจมาพลังประชารัฐ เพราะดีลล่มกับพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ในเรื่องการเจรจาการเมือง มันไม่ได้ลงตัว ในส่วนรายละเอียดขอสงวนไว้ แต่ไม่มีอะไรที่นำไปสู่ความขัดแย้ง เราพิจารณาทำในสิ่งที่ดีที่สุด

เมื่อถามว่า ไม่ติดใจอะไรในพลังประชารัฐแล้วใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า หัวหน้าพรรคพูดแล้ว วันนี้เป็นเรื่องของการก้าวข้ามความขัดแย้ง มาช่วยกันสร้างความปรองดอง ไม่ได้มีอะไรติดใจ ตอนเดินออกไปก็ไม่มีอะไรขัดแย้ง เรื่องความเห็นต่าง เข้าใจไม่ตรงกัน เป็นเรื่องธรรมดา เกิดขึ้นได้ในทางการเมือง แต่วันนี้ถ้าเราตั้งใจว่าจะมาทำงานด้วยกัน ก้าวข้ามความขัดแย้ง ก็ไม่ได้ติดใจอะไรกัน หลายๆ คนก็ไม่ได้ติดใจ ทั้งนี้ เดี๋ยวจะมีคนจากพรรคสร้างอนาคตไทย ทยอยตามกันเข้ามาอีก

เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนายสมคิด นายอุตตม และพลังประชารัฐ คืออะไร นายอุตตม กล่าวว่า อย่างแรกเราร่วมกันก่อตั้งพรรค วันนี้ที่ก้าวเข้ามาพลังประชารัฐ พวกตนได้ปรึกษากับนายสมคิด ท่านก็ยินดี ท่านบอกว่าตราบใดที่เป็นการมาช่วยกันแล้วทำให้ประเทศชาติเดินไปได้ ปรองดอง ลดความขัดแย้ง ท่านยินดี ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม พวกเราออกมาทำการเมืองก็ปรึกษากันมาตลอด

เมื่อถามย้ำว่า นายสมคิดจะช่วยอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ตอบแทนนายสมคิดไม่ได้ ว่าท่านจะทำการงานต่อหรือไม่อย่างไร เมื่อถามว่า นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ จะอยู่ในผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่เท่าไหร่ นายอุตตม กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ ตนและพล.อ.ประวิตรไม่ได้พูดเรื่องนี้

เมื่อถามว่า จะสามารถทำงานร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ที่มีข่าวจะกลับเข้ามาได้หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ได้มาหรือเปล่า ทำให้ พล.อ.ประวิตร กล่าวแทรกทันทีว่า เขายังไม่ได้มา ผู้สื่อข่าวจึงถามพล.อ.ประวิตร ว่า ร.อ.ธรรมนัส จะเข้ามาเมื่อไหร่ แต่พล.อ.ประวิตร ระบุว่าไม่รู้ ต้องไปถาม ร.อ.ธรรมนัส มาถามอะไรตน ตอบแทนเขาไม่ได้ ต้องถามเรื่องเกี่ยวกับตน จะมาถามเรื่อง ร.อ.ธรรมนัส กับนายอุตตมก็ไม่ได้ เพราะเขายังไม่เคยเจอกัน จะมาถามอะไร เขาเสียหาย และไม่สมมติ ถ้าเรื่องสมมติก็ถามไม่ได้ จะสมมติได้อย่างไร

ขณะที่นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ความรู้สึกวันนี้คือได้กลับบ้าน รู้จักคุ้นเคยตั้งแต่ก่อตั้งพรรค ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร มีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ยินดีอย่างยิ่งที่กลับมาร่วมกันทำงานกับหัวหน้าพรรค ผู้บริหารพรรค สมาชิกพรรค การกลับมาของนายอุตตมกับตน คือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ประเทศเราต้องการ การเมืองอ่อนแอเพราะเราแตกเป็นส่วนกันมาก ทำให้ความเข้มแข็งทางสถาบันการเมืองอ่อนแอลง สิ่งสำคัญที่สุดสถานบันการเมืองต้องเข้มแข็ง พรรคการเมืองต้องเข้มแข็ง ถ้านักการเมืองอ่อนแอจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาประเทศไม่ได้

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อว่า ท่านหัวหน้าพรรคมีนโยบายที่สอดรับกับเรา คือ การระดมผู้คนเข้ามาแก้ปัญหา เราตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย มีอุดมการณ์ คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และจุดยืนคือ ตั้งพรรคก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่ไปทางใดทางหนึ่ง เรามีเจตนารมณ์และอุดมการณ์เดียวกัน ถ้าเราไม่แตกแยกกัน ดีทั้งสิ้น เรากลับมาด้วยความเต็มใจ ตั้งใจ ที่ผ่านมาเราเจรจาพรรคการเมืองต่างๆ ก็ด้วยอุมดการณ์เหล่านี้ เพื่อให้สถาบันการเมืองเข้มแข็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พล.อ.ประวิตร ถึงกระแสตอบรับในการลงพื้นที่ดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ยิ้มและกล่าวว่า ไม่ทราบ ไปที่ไหนก็มีคนต้อนรับทั้งนั้นเลย มีคนมาขอถ่ายรูปทั้งนั้น เมื่อถามว่า มีคนชื่นชมว่ามีการปรับลุกส์การแต่งกายให้ดูวัยรุ่น กระฉับกระเฉงขึ้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนก็ใส่แบบนี้ ใส่มานานแล้ว ไม่ใช่กลยุทธ์อะไร ตนใส่แบบนี้อยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวหยอกกับ พล.อ.ประวิตร ว่า ดูเท่ พล.อ.ประวิตรจึงถามกลับว่า เท่มากมั้ย พร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วบอกว่า “ถ้าเท่ต้องเลือกพลังประชารัฐใช่มั้ยล่ะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน