กกต.สั่งทุกจังหวัด แบ่งเขตส.ส. เปิด 3 รูปแบบรับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้เสีย ยึดจำนวนประชากร-สภาพแวดล้อม ก่อนชงเคาะ 400 เขต เดินหน้าเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2566 แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งจะต้องดำเนินการทุกครั้งเมื่อมีการเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไป ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เปลี่ยนจาก 350 เขตมาเป็น 400 เขต ทันทีที่ร่างระเบียบกกต.ว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้งมีผลใช้บังคับ กกต.จังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงกกต.กทม.ต้องนำรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งที่เตรียมไว้อย่างน้อย 3 รูปแบบ ปิดประกาศเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนได้เสีย คือ พรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัด เป็นเวลา 10 วันนับแต่วันปิดประกาศ

โดยแต่ละรูปแบบ จะต้องประกอบด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับอำเภอหรือตำบล หรือเขตพื้นที่อยู่ในเขตเลือกตั้งแต่ละเขต จำนวนราษฎรของแต่ละเขต ผลต่างของจำนวนราษฎรในแต่ละเขต จากจำนวนเฉลี่ยราษฎรต่อส.ส. 1 คนในจังหวัดนั้น เหตุผลประกอบการเสนอแนะการแบ่งเขตเลือกตั้ง และแผนที่แสดงรายละเอียดของพื้นที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งแต่ละเขต

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า เมื่อครบกำหนดเวลา กกต.แต่ละจังหวัดจะต้องนำความคิดเห็นของประชาชนทุกคนและทุกพรรคที่เสนอ มาประมวลเพื่อวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียให้เรียบร้อยภายใน 3 วัน จากนั้นจึงสรุปรายงานเสนอเข้าที่ประชุม กกต.ผ่านทางเลขาธิการกกต.เพื่อพิจารณาตามขั้นตอน เบื้องต้นคาดว่ากระบวนการของจังหวัดจะใช้เวลาไม่เกิน 20 วัน

จากนั้นที่ประชุมกกต. ต้องพิจารณาเลือกรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่เหมาะสมและตรงตามหลักเกณฑ์มากที่สุด คำนึงถึงพื้นที่ที่ติดต่อใกล้ชิดกัน ความสะดวกการคมนาคมระหว่างกัน และการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน และเมื่อ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้ข้อสรุปครบถ้วนทุกจังหวัดทั้ง 400 เขตแล้ว ให้ประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน