สุทิน ชี้องค์ประชุมสภาล่ม-ไม่ล่ม อยู่ที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ชวนประชาชนจับตา กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งเป็นธรรมหรือไม่ เชื่อใช้เวลาไม่นาน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ก.พ. 2566 ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงกรณีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องให้สภา พิจารณาศึกษาหาทางออกให้กับผู้ต้องขังทางการเมืองของน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และน.ส.อรวรรณ ภู่พงศ์ หรือแบม ว่า จะขอเลื่อนวาระเดิมที่ฝ่ายค้านเคยยื่นไว้ โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรค เป็นเรื่องของการให้สภา ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อตรวจสอบการ บังคับใช้กฎหมายที่ล้นเกินต่อผู้ชุมนุมทางการเมือง ฉะนั้น คิดว่าวันนี้หลังจากหารือเสร็จ จะหารือเรื่องดังกล่าว
สำหรับเรื่ององค์ประชุมสภาวันนี้ จะล่มหรือไม่ล่ม ขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพราะเป็นกฎหมายของรัฐบาล โดยปกติรัฐบาลต้องรับผิดชอบจัดการองค์ประชุมให้ได้ เพื่อผลักดันกฎหมายตนเองให้ผ่าน จึงเชื่อว่าวันนี้รัฐบาลจะต้องทำเช่นนั้น แต่หากรัฐบาลไม่ทำเช่นนั้น สภาก็น่าจะล่ม หรือรัฐบาลจะทิ้งกฎหมายตนเอง ต้องดูกัน ทั้งนี้ นพ.ชลน่าน ได้กำชับส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกคนว่า หากไม่จำเป็น เราก็ไม่นับองค์ประชุม และจะใช้วิธีปกติ
เมื่อถามถึงการตีเส้นแบ่งทั้ง 400 เขตของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะจับตาอย่างไรเพื่อไม่ให้ตีเส้นแบ่งเขตเลือกตั้งแบบพิศดารเหมือนปี 2562 นายสุทิน กล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นจุดเริ่มต้น ของการเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาการแบ่งเขตก็มีการเอาเปรียบกัน ฝ่ายรัฐบาลหรือคนที่มีอำนาจรัฐก็มักจะใช้โอกาสนี้ แบ่งเขตเพื่อให้ตนเองได้เปรียบ ฉะนั้น คราวนี้เราจึงไม่ปล่อย ทางฝ่ายค้านและทุกคนจะมีส่วนร่วมในการจับตา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี จึงอยากเชิญชวนสังคม ให้ช่วยกันดู
เมื่อถามว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แจ้งไทม์ไลน์กกต. ขอทั้งเดือนก.พ. หรืออีก 30 วัน ให้กกต.แบ่งเขตให้เสร็จก่อน จึงค่อยยุบสภา จะเรียกร้องให้ใช้เวลาเร็วกว่า 30 วันหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เชื่อว่าการแบ่งเขตคงไม่ใช้เวลานานเช่นนั้น เพราะที่ผ่านมา เชื่อว่าในแต่ละเขตเขามีตุ๊กตาไว้แล้ว และกฎหมายลูกได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว กระบวนการกำลังดำเนินการอยู่ ขอย้ำว่าคงใช้เวลาไม่นานเช่นนั้น แต่หากรัฐบาลจะใช้จุดนี้เป็นข้ออ้าง ก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้ติดใจ
เมื่อถามถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ฝ่ายค้านจะจัดหนักใครเป็นพิเศษ และเน้นเรื่องใด นายสุทิน กล่าวว่า การอภิปรายมาตรา 152 เป็นการอภิปรายครั้งสุดท้าย ไม่ได้จับตาใครเป็นพิเศษ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม คือจำเลยที่หนึ่ง และคงอภิปรายกระทบกับรัฐมนตรีทุกคน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับนโยบาย ส่วนเรื่องที่จะโดนหนักคือการทุจริต อยู่ที่จะโดนรัฐมนตรีคนไหนเท่านั้นเอง