เลือกตั้งครั้งนี้ พรรคการเมืองกระจัดกระจาย ส.ส. ย้ายพรรค-สลับขั้วอลวน จนบางคนเปรียบเปรยว่าเหมือนเริ่มต้น “นับหนึ่งใหม่”

ทั้งที่ไม่ใช่เสียทีเดียว พูดอย่างนั้นให้ความหวังมากเกินไป น่าจะเรียกว่านับหนึ่งจากลบ หรือเริ่มต้นใหม่จากกองขี้หมา เพราะตัวกติกา โครงสร้าง ยังไม่เป็นประชาธิปไตย

เพียงแต่รัฐบาลสืบทอดอำนาจรัฐประหาร มันพังพินาศ ย่อยยับ จนไปต่อไม่ได้ ทั้งผู้นำ ทั้งพรรค ทั้งรัฐบาล จนต้องแยกกันเดิน แข่งกันเอง ไม่ว่าประยุทธ์ ประวิตร พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์

ขณะที่กลไกอำนาจอนุรักษ์ กลไกที่รัฐประหารตั้งไว้ 250 ส.ว. องค์กรอิสระ ทหาร ตำรวจ รัฐราชการ กระบวนการยุติธรรม ยังอยู่ครบ ยังแข็งปั๋ง แต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เงื้อค้าง เพราะศูนย์กลางคือประยุทธ์พังไปแล้ว

อำนาจเหล่านี้จำต้องยอมรับการเลือกตั้ง แล้วรอจังหวะพลิกผัน แต่จะรัฐประหารใหม่ก็ไม่ง่าย เพราะ 9 ปีระบอบประยุทธ์ทำให้ “รัฐประหารปราบโกง” ล้มละลาย

ภาพที่ดูเหมือนนับหนึ่งใหม่ ยังได้แก่การที่ ส.ส.ย้ายพรรค สลับข้าง จากฝ่ายค้านไปรัฐบาล จากรัฐบาลไปฝ่ายค้าน ราวกับไม่เหลือขั้ว “การเมืองอุดมการณ์” อีกแล้ว เป็นการแข่งขันที่เปิดกว้าง ใครจะได้ ส.ส.มากกว่ากัน ใครจะเสนอนโยบายเอาใจประชาชนได้มากกว่ากัน กระทั่ง “บัตรประชารัฐ” ยังเปลี่ยนชื่อเป็น “บัตรประยุทธ์” ให้โลกขบขัน

รวมทั้งภาพที่ดูเหมือนจะเลือนขั้ว “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” “พรรครับใช้เผด็จการ” เพราะไม่ยักมีใครประกาศว่า จะจับมือตั้งรัฐบาลกับฝ่ายค้านที่ร่วมต่อสู้มาด้วยกันก่อน หรือจับมือพรรคร่วมรัฐบาลที่ทำงานด้วยกันมาสี่ปีก่อน

อย่างหลังยิ่งเป็นไปได้ยากเพราะทั้งประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ แย่ง ส.ส.กันเองทางภาคใต้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหลือ “การเมืองอุดมการณ์” เพราะอย่างน้อยในฝั่งอนุรักษนิยม การตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ชูประยุทธ์เป็นนายกฯ คือความพยายามรวมคะแนนเสียง “สลิ่ม” ฝ่ายอนุรักษ์ที่ยังนิยมผู้นำรัฐประหาร

กระนั้นจากผลโพลทั่วประเทศ ประยุทธ์ก็น่าจะมีคะแนน 10-15% เท่านั้น “การเมืองอุดมการณ์” รวมไทยสร้างชาติจึงต้องพึ่งเสี่ยเฮ้ง เสธ.หิ เฮียชัช และบ้านใหญ่หลายจังหวัดภาคใต้

“การเมืองอุดมการณ์” ทางฝั่งลิเบอรัล ที่เข้มข้นจนถูกเรียกว่า Extreme (โปลิตบูโร) ก็คือพรรคก้าวไกล แต่ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์ช่วงนี้ ถูกข่มด้วย “ปฏิบัติการจิตวิทยา Landslide” ยังไม่สามารถแหวกกระแสบูมขึ้นมาได้เหมือนสมัย “ฟ้ารักพ่อ”

เพื่อไทยก็ชูการเมืองอุดมการณ์ แต่ประสานประโยชน์นิยม มุ่งเอาชนะไว้ก่อน ชนะให้ถล่ม จนกระทั่งอ้าแขนรับ “บ้านใหญ่” ทั้งคนเก่า ตระกูลคุณปลื้มชลบุรี คนใหม่ เสี่ยแป้งมันโคราช

ซึ่งอันที่จริงก็เป็นการบวก “บ้านใหญ่” เข้ากับ “การเมืองอุดมการณ์” ยกตัวอย่างชลบุรี บ้านใหญ่คุณปลื้มมีฐานจัดตั้งของตัวเอง ก็หวังบวกคะแนนคนเสื้อแดง เอาชนะทีมเสี่ยเฮ้ง ที่มีฐานจัดตั้งตัวเองบวกคะแนนพันธมิตรนกหวีด

อ้อ ยังมีอีกพรรคที่ชูการเมืองอุดมการณ์ ภูมิใจไทยนั่นไง ประกาศไม่แก้ 112 ยืนตรงข้ามก้าวไกลชัดเจน

การเลือกตั้งที่ดูมุมหนึ่งเสมือน “นับหนึ่งใหม่” ผลเลือกตั้งอาจจะผันผวน แต่ที่คาดเดาได้ยากกว่า คือใครจะเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง และจะเจรจาต่อรองกันอย่างไร จะสลายขั้วได้แค่ไหน หรือกลายเป็นเพิ่มความขัดแย้ง แตกกระจาย

พูดง่ายๆ ว่าผลเลือกตั้งเพื่อไทยคงมาอันดับหนึ่ง ไม่ต่ำกว่า 200 แต่พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย จะได้เท่าไหร่ มีผลแค่ไหนต่อการร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์ไหม จะอยู่ตรงไหนระหว่าง 20-30

ก้าวไกลจะเป็นตัวชี้อนาคตลิเบอรัล เพราะสะท้อนพลังที่ต้องการทะลุเพดานทะลวงโครงสร้าง ฝั่งรวมไทยสร้างชาติ ก็สะท้อนพลังสลิ่มอนุรักษ์ ซึ่งคงสนุกมากถ้าประยุทธ์ลงปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 จริง แล้วกลายเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน ไปเป็น คอมเมนเตเตอร์รายการทีวีด่ารัฐบาล โจมตีประชาธิปไตย

ผลการเลือกตั้งว่าเดายาก ที่ยากกว่าคือสูตรตั้งรัฐบาล เพื่อไทย พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา อยู่ในข่ายร่วมรัฐบาลกันได้หมด แต่ถ้าเลือกได้เพื่อไทยคงอยากถีบพรรคบุรีรัมย์เป็นฝ่ายค้าน

พลังประชารัฐ ร่วมกับใครก็ได้ขอให้เป็นรัฐบาล ถ้าได้เฉียดร้อย แม้ได้อันดับ 2-3 ป้อมมีความหวังเป็นนายกฯ “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” ซึ่งคงตลกร้าย ถ้ารวมไทยสร้างชาติร่วมรัฐบาล แล้วประยุทธ์เป็นรองนายกฯ (คงยากที่จะเป็นไปได้)

ใน “ฝ่ายประชาธิปไตย” ก็มีข้อสงสัยว่าถ้าก้าวไกลได้ ส.ส.พอประมาณ 30 บวกลบ แล้วไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย ไม่ว่าด้วยเงื่อนไขใด แล้วการเมืองมวลชนหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร จะยิ่งแตกแยกหรือไม่ อนาคตคนรุ่นใหม่จะเป็นอย่างไร

การเมืองหลังเลือกตั้งจะเป็นสถานการณ์ที่คาดเดาได้ยากยิ่ง แม้คาดได้ว่าฝ่ายสืบทอดอำนาจแพ้ แต่หลังจากนั้นจะเกิดการเจรจาต่อรอง ซึ่งไม่มีใครมองออกว่าจะลงเอยอย่างไร

ในขณะที่กลไกรัฐประหาร อำนาจอนุรักษ์ ยังแข็งปั๋ง ขี่ข่มกดดันพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน