‘ชัชชาติ’ มอบโล่ขอบคุณทีม USAR Thailand ช่วยแผ่นดินไหวตุรกี ชี้ กรุงเทพฯ มีสภาพเมืองคล้ายกับตุรกี-เม็กซิโก อาจเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 ก.พ.2566 ที่ อาคารไอราวัฒพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ พร้อมมอบโล่ขอบคุณ และประกาศนียบัตรแก่ทีม USAR Thailand ของ กทม. จำนวน 7 คน และสุนัขกู้ภัย K9 “เซียร์ร่า-ซาฮาร่า” ซึ่งถูกส่งไปช่วยปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในเมือง ระหว่างวันที่ 9-18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศตุรกีและซีเรีย เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566

นายชัชชาติ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่แสดงน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งมีสถานการณ์รุนแรง และน่าเป็นห่วง ไม่ง่ายที่จะฟื้นกลับคืนมา โดยตลอดการปฏิบัติภารกิจ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้โทรหาทีม USAR Thailand ของ กทม. ทุกวัน เวลา 09.00 น. และ 18.00 น. เพื่อติดตามสถานการณ์
“ที่ผ่านมาโทรถามตลอด ว่าพวกเราที่ไปเป็นยังไง เพราะสถานการณ์ที่อยู่ก็ลำบากอยู่แล้ว ดีใจที่ทุกคนกลับมาอย่างสวัสดิภาพ และได้ความรู้เพิ่มเติมด้วย” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า หลายคนเป็นห่วงหากเกิดเหตุแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ซึ่งการที่มีทีมงานได้ไปเห็นเหตุการณ์จริง เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เรามีองค์ความรู้มากขึ้น จากนี้ อาจจะหารือกับทางเอกชน เช่น มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่มีสุนัขกู้ภัยอยู่ 6 ตัว ว่าจะมีความร่วมมือกันอย่างไรได้บ้าง
“เชื่อว่าเครือข่ายเป็นเรื่องสำคัญ เวลาเกิดอุบัติภัยไม่ได้เกิดพร้อมกันทุกแห่งทั่วโลก ด้วยเครือข่ายที่เข้มแข็งจะสามารถระดมกำลังมาช่วยเหลือได้” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพฯ มีสภาพเมืองคล้ายกับตุรกี และเม็กซิโก เพราะมีลักษณะเป็นชั้นดินเหนียวขนาดลึก แต่ต่างกันคือ ตำแหน่งรอยเลื่อน จากที่เคยเรียนมา กรุงเทพฯ เหมือนชามเยลลี หากสั่นมีจังหวะสอดคล้องกับความถี่ของชั้นดิน อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง
ทั้งนี้ แผ่นดินไหวมาจากแรงด้านข้าง การออกแบบอาคารเผื่อแรงลมจะช่วยได้บ้าง แต่คงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง อาจจะต้องมีการแบ่งกลุ่มอาคาร เช่น อาคารที่มีความเสี่ยงสูง อาคารที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข
ด้าน นายภุชพงศ์ สัญญโชติ หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดยาวกองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย 3 กทม. ในฐานะหัวหน้าทีม USAR Thailand เปิดเผยว่า การรับผิดชอบภารกิจการค้นหาและกู้ภัย เปรียบเสมือนนาทีทอง หากเข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้เร็วจะช่วยลดอาการบาดเจ็บ และมีโอกาสรอดชีวิต เป็นภารกิจที่ต้องฝึกฝนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกายและจิตใจ ทั้งนี้หน้างานมีพื้นที่อาคารถล่ม จึงต้องทำงานร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการส่งทีมวิศวกรเข้าไปช่วยประเมินความเสี่ยงของอาคารด้วย เพราะระหว่างปฏิบัติงานมีอาฟเตอร์ช็อกตลอดเวลา
“สถานการณ์จริง คุณซูซานซึ่งเป็นคนบังคับสุนัข เกิดอุบัติเหตุแขนหักระหว่างการค้นหาผู้ประสบภัย เป็นสิ่งที่ทีมงานคำนึงและตระหนักในพื้นที่เสี่ยง” นายภุชพงศ์กล่าว

นายภุชพงศ์ กล่าวว่า ผู้บริหารระดับสูงของ กทม. ส่งข้อความให้กำลังใจ บอกให้เก็บประสบการณ์หน้างาน ลักษณะสภาพบ้านเรือน และภูมิประเทศ เพื่อถอดบทเรียน เพราะความหนาแน่นของอาคารในจังหวัดฮาทัย ประเทศตุรกี คล้ายคลึงกับกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ประเทศตุรกี ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนสำคัญของโลก ทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น
“อีกอย่างที่สำคัญคือ น้ำจิตน้ำใจจากภาคีเครือข่ายที่มาปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันในภาวะที่เกินกว่าหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบได้ ภาคีเครือข่ายตามที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวไว้ ว่าการบูรณาการทำงานร่วมกับเครือข่ายจากทั่วโลก ทำให้ภารกิจการค้นหาและกู้ภัยสมบูรณ์แบบมากขึ้น” นายภุชพงศ์กล่าว