‘เต้ มงคลกิตติ์’ ลุยเชียงราย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอครอบครัวละ 1 เสียง ประกาศกร้าว ถ้าเป็นรัฐบาล จะวิสามัญฯ แก๊งค้ายาให้หมด
วันที่ 20 ก.พ. 2566 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือเต้ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นำคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อทำกิจกรรมพบปะประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเข้าสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ห้าแยกพ่อขุน อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ก่อนเดินทางไปยังตลาดนัดบ้านดู่ ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย พบปะพูดคุยกับประชาชน และทดลองปอกมะม่วงเบาที่มาจำหน่ายในตลาดนัด
พรรคได้เปิดตัวว่าที่ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เชียงราย ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 ว่าที่ ร.ต.กิตติพัทธ์ เลี้ยงประเสริฐ, เขตเลือกตั้งที่ 2 นายธนพล วรรณรัก, เขตเลือกตั้งที่ 3 นางสมคิด มะโนวงศ์, เขตเลือกตั้งที่ 5 นายบุญชาพล วงค์ชมภูทร และเขตเลือกตั้งที่ 7 นายเจริญ มูลงาม
โดยมีผู้ร่วมเดินทางวพื้นที่ครั้งนี้ประกอบด้วย น.ส.ภคอร จันทรคณา พลโท อัศวิน รัชฎานนท์ นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ รองหัวหน้าพรรค นายศยุน ชัยปัญญา เลขาธิการพรรค นายสรกฤช จันทรคณา โฆษกพรรค น.ส.อรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์ โฆษกประจำตัว น.ส.กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโช รองโฆษกพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.อ่างทอง ร่วมลงพื้นที่ด้วย
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า คาดหวังพอสมควรว่านโยบายต่างๆ ของพรรคที่ให้ไว้กับประชาชนสามารถทำได้ หากว่าได้รับคะแนนเสียงมากพอถึง 30 เขต และบัญชีรายชื่อถึง 20 บัญชีรายชื่อ ซึ่งไม่ได้ขอมากโดย ขอเพียงแค่ครอบครัวละ 1 คะแนน เพื่อให้ได้ประมาณ 22 ล้านคะแนน จะทำให้ได้เป็นรัฐบาลจนสามารถขับเคลื่อนนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนได้ต่อไป
นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ จ.เชียงราย ถือเป็นเป้าหมายที่จะต้องปักธงให้ได้ เบื้องต้นได้คัดสรรว่าที่ผู้สมัครได้ 5 คน ซึ่งยังไม่เต็มทั้ง 8 เขตเลือกตั้ง นโยบายที่สำคัญคือการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ทุกครอบครัว ครอบครัวละ 150,000 บาท วงเงินกู้ 3.3 ล้านล้านบาท เพื่อให้ประชาชนผ่อนชำระ
มาตรการป้องกันหนี้เสียซึ่งจะทำให้มีเงินภาษีหมุนเวียนกลับมาเป็นงบประมาณได้อีก 700,000 กว่าล้านบาท และสามารถผันไปเป็นเงินช่วยเหลือผู้ชราภาพ 12.1 ล้านคน ทำให้คนชราภาพจะได้รับเงินรายละ 5,000 บาทหรือปีละประมาณ 60,000 บาททุกคนต่อไป โดยเม็ดเหล่านี้ก็จะหมุนเวียนกลับมาเป็นงบประมาณเพื่อนำมาพัฒนาด้านต่างๆ ต่อไป
นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายที่สำคัญมากคือยาเสพติด เพราะพบข้อมูลว่ายาเสพติดส่วนใหญ่นำเข้าผ่าน จ.เชียงราย ทั้งยาบ้า ไอซ์ เคตามีน ทำให้คนถูกจับในพื้นที่ จ.เชียงราย ปีละกว่า 7,000 คน มีการลักลอบผ่านทางเทือกเขา แม่น้ำ หากมีการจัดวางกำลังพลทั้งทหารและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) อย่างเพียงพอราวๆ 400 เมตรต่อ 1 นาย ก็จะสามารถสกัดกั้นได้ 90% โดยใช้การยิงเตือนก่อน ไม่เช่นนั้นคงต้องมีการวิสามัญฆาตรกรรม
“ขอประกาศต่อบรรดาผู้ค้ายาเสพติดตามตะเข็บชายแดนว่า หากพรรคไทยศรีวิไลย์เป็นรัฐบาล เราจะวิสามัญฆาตกรรมทั้งหมด และจะเข้าไปเผารังผู้ค้ายาเสพติด ยอมรับว่าต้องโหดเหี้ยมเพื่อรักษาคนไทย 66 ล้านคนเอาไว้” นายมงคลกิตติ์ กล่าว