แพทย์รพ.ตำรวจ ห่วง ตะวัน- แบม อาการไม่คงที่ จากการขาดสารอาหาร ตร.แจงข่าวสลายการชุมนุม ชี้สื่อสารผิดพลาด
เมื่อเวลา15.00 น. วันที่ 28 ก.พ. 2566 ที่ บริเวณริมรัว ศาลฎีกา ฝั่งประตูที่ 3 ถนนราชดำเนินใน พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 พร้อมด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ ส่วนของกลุ่มงานศูนย์ส่งกลับ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เดินทางมาขอตรวจร่างกาย ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ สองนักกิจกรรมทางการเมือง
ที่ทำกิจกรรม ที่ปักหลักอดอาหาร อยู่หน้าศาลฎีกา สนามหลวง เรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้กับนักโทษการเมืองอีก 3 คนที่เหลือ หลังจากอดอาหารประท้วงมาเป็นเวลา 41 วัน และปักหลักหน้าศาลฎีกามาเป็นเวลา 5 วัน โดยได้พูดคุยกับนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของทั้งคู่
พ.ต.ต.นพ.ปีเฉลิม พิสนุแสน แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินหน่วยส่งกลับโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ทีมแพทย์ มองว่าถ้าปล่อยให้ทั้งสองอดอาหารต่อไป จะเสี่ยงต่อการมีภาวะไตวาย ตับวายและทุพพลภาพ ดังนั้นจึงเดินทางมาเพื่อดูว่าจะช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างไรได้บ้างเพื่อให้ทั้งสองคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น และหากทั้งคู่ประสงค์เดินทางไปโรงพยาบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยินดีที่จะอำนวยความสะดวก
เบื้องต้นจากการประเมินผ่านภาพที่เผยแพร่จากสื่อต่างๆ ทั้งคู่มีความอ่อนเพลียประมาณร้อยละ 50 เท่าที่มองขณะนี้อยู่ในภาวะฉุกเฉินเพราะไม่สามารถเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้ จึงประเมินเบื้องต้นว่าร่างกายทั้งสองคนไม่สามารถรับไหว ต้องเข้าสู่กระบวนการรักษา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้บังคับว่าทั้งสองจะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ หากประสงค์จะไปโรงพยาบาลใดก็พร้อมประสานงานให้ แต่ถ้าอยู่ในขั้นวิกฤตแล้วต้องไปโรงพยาบาลใกล้ที่สุด
ขณะที่นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ ได้สอบถามว่า ทั้งสองคนต้องการทราบเหตุผลว่าเป็นแพทย์จากหน่วยงานใด และได้รับอนุมัติจากทั้งสองให้เข้าตรวจร่างกายหรือยัง เพราะทั้งสองมีสิทธิในร่างกายของตัวเองซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคล
พ.ต.ต.นพ.ปีเฉลิม จึงตอบกลับว่า ทีมแพทย์มาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกมิติ การเข้าไปตรวจร่างกายในวันนี้จะขออนุญาตก่อน จะไม่ทำโดยพลกาลและหากไม่ได้รับอนุญาต ทางทีมจะไม่เข้า และจะขอให้ทนายเป็นผู้ประสานให้
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทนายความว่า ปัจจุบันอาการป่วยของตะวัน และแบมมีผู้มาดูแลให้หรือไม่ นายกฤษฎางค์กล่าวตอบว่า อาการแต่ละวันมีการตรวจอยู่แล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ส่วนตัวก็อยากให้ทั้งสองกลับเข้าสู่กระบวนการรักษา
ต่อมาเวลา 15.30 น. นายกฤษฎางค์ กล่าวภายหลังปรึกษากับทั้งตะวันและแบมว่า ขณะนี้ตะวันและแบม ยินยอมให้ทีมแพทย์เข้าไปตรวจสอบอาการเบื้องต้น แต่ให้เข้าไปแค่ 1 คน ไม่ยินยอมที่จะให้เจาะเลือด วัดความดันหรือทำหัตถการใดๆ เพราะว่าพอมีประสบการณ์จากหมอที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ในการดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว
ส่วนสาเหตุที่ยอมเพราะเห็นว่า แพทย์มีน้ำใจเข้ามาตรวจ แต่ไม่ต้องการเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล
ภายหลังผ่านไป 30 นาที นายกฤษฎางค์ ออกมาให้ข้อมูลว่า ตนขอเป็นคนรายงานอาการป่วยเนื่องจากแพทย์ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยได้เพราะเป็นหลักจรรยาบรรณแพทย์ ตนในฐานะญาติจึงขอทำหน้าที่
ทั้งนี้แพทย์ได้ให้ความรู้การดูแลผู้ป่วยว่า ไม่ควรอดอาหารต่อ เนื่องจากมีอาการอ่อนเพลีย ขาดน้ำ อาการแต่ละวันจะไม่คงตัวเนื่องจากเป็นลักษณะของอาการขาดสารอาหาร แต่ว่ายังมีการรับรู้ โต้ตอบได้
ที่ผ่านมาตนเองและครอบครัวแนะนำตะวันและแบมว่า ให้พิจารณาวิธีการต่อสู้ ให้เห็นความสำคัญของชีวิตตัวเอง จากที่พูดคุยทั้งสองมีท่าทีสบายใจขึ้น ทั้งนี้ทีมแพทย์จากการตรวจเยี่ยมไปประเมินเพื่อเตรียมเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อเตรียมพร้อมรักษาในอนาคต
หากทั้งสองเข้าสู่สภาวะวิกฤต สามารถประสานโรงพยาบาลตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่ถ้าอยู่ในจุดฉุกเฉินสามารถร้องขอเฮลิคอปเตอร์ให้มารับตัวได้
พล.ต.ต.อัฏธพร กล่าวว่า ตำรวจได้ประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โดยมีสำนักงานเขตพระนครเข้ามาดูแลเรื่องความสะอาด กวาดขยะในพื้นที่ชุมนุม ยืนยันไม่มีการใช้กำลังเข้ามากดดันผู้ทำกิจกรรมแต่อย่างใด เป็นการเตรียมพร้อมดูแลมากกว่า
ส่วนที่มีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบได้จัดกำลังเข้ามาดูแลเพิ่มเติมแล้ว กรณีที่มีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าสลายการชุมนุมบริเวณดังกล่าวเนื่องจากมีการเขียนป้ายระบุข้อความหมิ่นศาล
ผบก.น.1 ชี้แจงว่า เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการให้จุดพักของตะวัน และแบม รวมถึงผู้ชุมนุมขยับไปที่ด้านหลังของอาคารศาลฎีกา เพื่อให้มีร่มเงาสามารถหลบแดดได้