ชุมพล แฉอีก! ปชป.แบ่งขั้ว หลัง ‘อภิสิทธิ์’ ลาออกหัวหน้าพรรค ชี้ฝ่ายบริหารแก่งแย่งกัน ปัดวิจารณ์รอดในสนามเลือกตั้ง ยันไม่ได้รับเงิน 200 ล้าน
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2566 นายชุมพล กาญจนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาภายในพรรคปชป.ก่อนย้ายออกมาว่า ยอมรับว่าในพรรคประชาธิปัตย์มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายต่างคนต่างอยู่ คนมาใหม่ไม่กี่วันก็มาเป็นใหญ่ อย่างที่รู้ๆ กัน ซึ่งยังห่วงใย และฟังมาจากลูกสาวที่อยู่ในพรรค
ที่ผ่านมาเคยสนทนาเรื่องในพรรคด้วยความห่วงใยกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และส่วนตัวจะเลิกเล่นการเมืองเพราะเบื่อหน่าย ไม่คิดย้ายพรรคไหน นายชวนก็บอกให้อดทน และเมื่อคุยกันเรื่องการเมือง ว่าการเมืองไปไกลมาก มีการทาบทามติดต่อหลายพรรคหลายฝ่าย มีการให้เงินให้ทองกัน จึงเข้าใจผิดว่าได้เงินมา
“ยืนยันว่าไม่ได้รับเงินแน่นอน อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ก็มีแต่ให้ ไม่เคยได้อะไรจากพรรคแม้แต่น้อย พวกที่เป็นรัฐบาลอยู่ ถือว่ากินบุญจากพวกผมด้วย เพราะเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค ผมก็ช่วยอย่างเต็มที่ แต่เชื่อว่านายชวนไม่มีเจตนาว่าผม แต่เอา 2 เรื่องมารวมกัน พูดเป็นเรื่องเดียวกัน” นายชุมพล กล่าว
นายชุมพล กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยังไม่มีโอกาสพูดคุยหรือโทรหานายชวน แต่เมื่อคืนนี้ (2 มี.ค.) นายชวนฝากให้คนสนิทโทรมาหาตน บอกว่ายังรักกันนับถือกันเหมือนเดิม ท่านไม่มีเจตนาเช่นนั้น และเข้าใจเหมือนเดิม ส่วนตัวไม่ได้กลัวว่านายชวนคิดเช่นนั้น แต่กลัวคนอื่นเข้าใจไปในทางที่ไม่ดีหรือรับเงิน ขอย้ำว่ายังนับถือนายชวนเหมือนพ่อ เหมือนพี่ ที่อยู่กันมาหลายสิบปี
นายชุมพล กล่าวอีกว่า ไม่มีตัวเลข 200 ล้านบาทแลกกับหากกวาด ส.ส. ได้ทั้งจังหวัด มีแต่ช่วยกัน เพราะลูกสาวตนมาอยู่ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนตนไม่เคยมีประวัติเช่นนั้น นายกรัฐมนตรีชวนมาเป็นที่ปรึกษามาช่วยบ้านเมือง ไม่ใช่ช่วยตัวเอง ไม่มีให้เงิน ค่าเดินทางกับค่าตั๋วตนยังจ่ายเอง และตนเห็นว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนซื่อสัตย์ เป็นคนดี ดังนั้นใครเป็นผู้นำซื่อสัตย์ ตนก็จะไปอยู่ตรงนั้น
เมื่อถามถึงปัญหาในพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ ออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค มีความขัดแย้งแตกแยก มีการแบ่งกลุ่มในพรรคเกิดขึ้น นายชุมพล กล่าวยอมรับว่า เป็นความจริงที่ผู้ใหญ่ในพรรคก็มองเช่นนั้นว่า นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจไวไป ไม่ได้ปรึกษาหารือกัน แต่ก็เข้าใจในการตัดสินใจ หลังจากนั้นในพรรคมีการแตกแยกมากจริง นายชวนก็รู้ดี และเชื่อว่าพยายามแล้ว ซึ่งนายชวนมีหลักการ คืออย่างไรก็ต้องให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ อยู่เป็นหัวหน้าพรรคจนครบวาระ
นายชุมพล กล่าวว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ขนานนามว่า ตนเป็นนักประนีประนอม มีเพื่อนมาก เป็นประธาน ส.ส.ของพรรค ไม่มีความขัดแย้ง เพราะประสานให้เรียบร้อย แต่วันนี้ไปไกลมาก ต่างคนต่างอยู่ พรรคดี แต่คนในฝ่ายบริหารแก่งแย่งกัน ส่วนประชาธิปัตย์จะไปไหวหรือไม่ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้นั้น ตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ เพราะการเมืองต้องระวัง เป็นโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง คนที่เคยรักกัน บางทีอาจพูดจาผิดพลาดกระทบกระทั่งกัน แต่เชื่อว่าตนอ่านไม่ผิด คือนายชวนยังรัก นับถือตนเหมือนเคย