เศรษฐา อ้อนชาวขอนแก่นเลือก เพื่อไทยยกจังหวัด ย้ำทุกวันไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง ‘เต้น’ แนะ ประยุทธ์-ประวิตร พอได้แล้ว เลิกขู่รัฐประหาร หมดยุคลากรถถังออกมาแล้ว
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 19 เม.ย.2566 ที่ลานตลาดนัดน้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายพานทองแท้ ชินวัตร นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย
พร้อมด้วยผู้สมัครส.ส.ขอนแก่นทั้ง 11 เขต ได้แก่ นายชัชวาล พรอมรธรรม เขต 1 เบอร์ 6 น.ส.รัมภามาศ ทีฆธนานนท์ เขต 2 เบอร์ 9 นายจตุพร เจริญเชื้อ เขต 3 เบอร์ 5 นางมุกดา พงษ์สมบัติ เขต 4 เบอร์ 11 นายภาควัต ศรีสุรพล เขต 5 เบอร์ 3 นายสิงหภณ ดีนาง เขต 6 เบอร์ 5 นายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข เขต 7 เบอร์ 6 น.ส.วิภาณี ภูคำวงศ์ เขต 8 เบอร์ 6 น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร เขต 9 เบอร์ 4 นายวันนิวัติ สมบูรณ์ เขต 10 เบอร์ 9 และนายพชรกร อรรณนพพร เขต 11 เบอร์ 4

นายเศรษฐา ปราศรัยว่า เราคงไม่ต้องพูดว่า 8 ปีที่ผ่านมา ประชาชนลำบากมากขนาดไหน ต้องพอแล้ว ปัญหาที่มี ไม่ได้รับการแก้ไขเลย ทั้งปัญหายาเสพติด ยาบ้าเม็ดละ 20 บาท ซื้อง่ายกว่าก๋วยเตี๋ยวข้างทาง คนเสพต้องเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา คนค้ายาต้องถูกจับมาลงโทษอย่างเด็ดขาด กฎหมายยึดทรัพย์ต้องเด็ดขาด เพื่อไม่ให้มีทุนไปผลิตยา นโยบายปราบยาเสพติดของพรรคเพื่อไทย เราต้องการแก้กฎหมายให้มีการยึดทรัพย์โดยเร็วที่สุด
ส่วนเรื่องการศึกษาต้องเรียนฟรี ต้องมีรถรับส่ง มีอาหารกลางวันทานฟรี เชื่อว่าพี่น้องรอคอยเรามาเป็นรัฐบาล เพื่อให้มีเงินใส่กระเป๋า 10,000 บาทตามนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต รัฐบาลจ่ายทีละ 500 บาทเยียวยาอะไรไม่ได้ ที่ผ่านมาเขาพูดถึงแต่นโยบายของเรา เพราะเขากลัวพี่น้องจะได้เงินหมื่น ดังนั้น อย่าไปเชื่อ อย่าไปฟัง ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล พี่น้องจะได้เงิน 10,000 บาทเข้ากระเป๋าอย่างแน่นอน ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล รายได้สุทธิ 4 ปีจะโตขึ้นสามเท่าตัว
“นายกฯ นั่งอยู่แต่ทำเนียบ ไม่เคยออกไปเปิดตลาดใหม่ ยืนยันว่าแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คน ไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ เราจะออกไปเปิดตลาด เอาสินค้าไปจำหน่ายต่างประเทศ เราคิดใหญ่ ทำเป็น แต่จะทำได้ต้องพึ่งพี่น้อง วันที่ 14 พ.ค. ผมหวังว่าพี่น้องจะเข้าคูหากาเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค จ.ขอนแก่นต้องยกทั้ง 11 เขต ไม่อย่างนั้นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่สามารถผลักดันนโยบายได้ ผมอยากกลับมาในอีก 6 เดือนเพื่อเห็นรอยยิ้มของพี่น้อง และอย่าให้ใครมาบอกว่าเรามีพรรคพี่พรรคน้อง เรามีพรรคเดียวคือพรรคเพื่อไทย” นายเศรษฐา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปราศรัยเสร็จสิ้น มีชาวบ้านเดินขึ้นมาบนเวทีมอบกระติ๊บข้าวเหนียว ปลาร้าบอง เนื้อแดดเดียว กล้วยน้ำว้าและถั่วฝักยาวให้ ซึ่งนายเศรษฐา ได้ไหว้ขอบคุณ
ด้านนายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ถูกค่อนแคะโจมตี อย่าไปฟัง เราประกาศแล้วทำได้ แม้แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ก็โจมตีนโยบายนี้ ตนจะอบรมคุณอีกครั้งว่าคุณไม่ต้องมาเกี่ยวข้อง เราพูด เรารับผิดชอบ เราทำได้ นโยบายของคุณทำได้บ้างหรือยัง 4 ปีที่แล้วเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขึ้นค่าแรง 425 บาททำได้หรือยัง สุดท้ายก็พาลูกน้องย้ายพรรคหนีไปตั้งพรรคใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต้องรู้จักพอ ชวนกันพอได้แล้ว 8 ปีแล้วจะเอาอะไรนักหนา
“คนเขาถากถางโจมตีว่าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลแล้วจะมีปัญหา เดี๋ยวก็ถูกรัฐประหาร เดี๋ยวจะถูกยุบพรรค บริหารไม่ได้ แล้วทหารจะออกมาแอ่นแอนแอ๊น ถามจริงๆ ว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา รัฐประหารมาสองหนประชาชนยังฉิบหายไม่พออีกหรือ ยังจะเอาเรื่องรัฐประหารมาขู่อีก”
“ถ้าพล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร จะหาเรื่องรัฐประหาร เจอผมแน่นอน ดังนั้น ไม่ต้องกลัว หมดสมัยแล้วที่จะลากรถถังออกมา ถ้าประเทศไทยเจริญได้ด้วยการรัฐประหาร เราคงเป็นที่หนึ่งของโลกไปแล้ว วันนี้ผู้คนรู้แล้วว่าบ้านเมืองต้องเดินหน้าด้วยประชาธิปไตยกินได้แบบเพื่อไทยเท่านั้น” นายณัฐวุฒิ กล่าว
