“กรณ์” อ้อน ขอคะแนนชาวสงขลา ย้ำ ชพก. พร้อมแก้ปัญหาปากท้อง-เศรษฐกิจให้พี่น้องชาวใต้ ประกาศ รื้อระบบทุนผูกขาด รื้อระบบการเมืองสกปรก วอน เปิดทางให้ลูกชาวบ้านเป็นผู้แทนฯ

25 เม.ย. 66 – นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวกับชาวสงขลา ว่า ชาติพัฒนากล้าเรา จะช่วยให้พี่น้องชาวใต้ และคนไทยทั้งประเทศ ลืมตาอ้าปากได้ ต้องรื้อระบบทุนผูกขาด ที่เป็นต้นตอที่ทำให้ประชาชนทั้งประเทศไม่สามารถที่จะแข่งขันได้ ไม่มีโอกาสที่จะก้าวหน้าในชีวิต

และเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้สินค้า ค่าครองชีพของพี่น้องสูงขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องคนไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา และถามว่าเรื่องทุนผูกขาดเราจะแก้ได้อย่างไร จะแก้ได้เป็นโอกาสและเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชน ในวันที่ 14 พฤษภาคม นี้

นายกรณ์ กล่าวว่า ทุนผูกขาดจะแก้ได้ ต้องรื้อระบบการเมืองสกปรก ยิ่งการเมืองที่ใช้เงินมากแค่ไหน ก็คือเขาต้องพึ่งพาทุนผูกขาดมากแค่นั้น เพราะทุนผูกขาดอยู่ได้ด้วยอำนาจทางการเมืองที่รักษาสิทธิการผูกขาดของเขาไว้

เพราะฉะนั้น ยิ่งการเมืองต้องพึ่งการใช้เงิน เพื่อมาซื้อสิทธิขายเสียง ยิ่งเป็นการเมืองที่ไม่สามารถที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจ แก้ปัญหาทุนผูกขาดเพื่อที่จะเอาอำนาจกลับคืนมาให้กับพี่น้องประชาชน ทุนผูกขาดสร้างปัญหาน้ำมันแพง สร้างปัญหาค่าไฟแพง

นายกรณ์ กล่าวว่า เราพรรคชาติพัฒนากล้ามีข้อเสนอชัดเจนให้กับรัฐบาล สามารถลดค่าไฟให้กับพี่น้องประชาชนได้ทันที หน่วยละเกือบ 1 บาท วันนี้รัฐบาลมีมติลดค่าไฟให้พี่น้องประชาชน 2 สตางค์ หมายความว่า ถ้าพี่น้องมีการใช้ไฟ 500 หน่วย จะได้รับการลดค่าไฟ 10 บาท

ขอให้หยุดเกรงใจทุนผูกขาดและชีวิตที่ดีขึ้น จะเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน โอกาสจะเป็นของทุกท่านนี่คือเรื่องที่ผู้สมัคร คนรุ่นใหม่ ของพรรคชาติพัฒนากล้าให้คำมั่นสัญญาว่า เราจะมาสู้กับทุนผูกขาดและสู้กับทุนสกปรก เพื่อโอกาสที่ดีขึ้นของพี่น้องคนใต้ ชาวสงขลา และคนไทยทุกคน

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ความขัดแย้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจุดเริ่มต้นมาเมื่อปี 2547 ขณะที่ตนเริ่มมาทำงานการเมืองในปี 2548 เพราะฉะนั้นตลอดชีวิตทางการเมือง ตนได้ยินมาโดยตลอด ทั้งวาทะกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สันติภาพ สันติสุข เสมอภาค แต่ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง

ดังนั้น สิ่งที่ตนมั่นใจว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นกับสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ทัศนคติของผู้นำ โดยเปรียบเทียบกับพี่น้องชาวอีสาน ถ้าผู้นำเลือกที่จะมองว่าอีสานเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ ดังนั้นยังไงก็ต้องยากจน อีสานก็จะยากจน

เพราะฉะนั้นถ้าเราเริ่มจากทัศนคติในทางลบ โอกาสที่จะฝ่าด่านอุปสรรคทัศนคตินั้นได้มันยากมาก แต่ถ้าเราเลือกที่จะมองว่า อีสานเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนที่ขยันขันแข็งปลูกข้าวหอมมะลิที่ชาวโลกนิยมและเป็นพื้นที่ของประเทศที่มีความใกล้กับพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออกที่มีแนวโน้มการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากที่สุด พอเริ่มคิดอย่างนี้จะเริ่มเห็นโอกาสทันที อีสานก็มีโอกาสที่จะพัฒนาได้

“ทัศนคติต่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นกัน ตราบใดที่ผู้นำรัฐบาลยังมองว่า สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือปัญหา สิ่งที่เราจะเห็นคือการทุ่มงบประมาณเพิ่มเติมลงไป ปีแล้วปีเล่า ซึ่งมองว่า การที่ทุ่มงบประมาณอย่างไม่จบไม่สิ้นลงไปในพื้นที่ คือสาเหตุต้นตอของความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัด

เพราะฉะนั้น เราต้องเปลี่ยนทัศนคติก่อนอื่น หันมามอง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เป็นพื้นที่แห่งโอกาส เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ทั้งการเกษตร ประมง มีวัฒนธรรม ศาสนา ใกล้เคียงกันกับประเทศอภิมหาเศรษฐีของโลก

เป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเรา ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ที่ร่ำรวยที่สุดในอาเซียน ล้วนแล้วแต่เป็นโอกาส หากเราเปลี่ยนทัศนคติในทางบวก เราสามารถกำหนดนโยบายที่ถูกต้องและที่สำคัญลดบทบาท ลดงบประมาณ ที่เป็นต้นตอของความขัดแย้งที่สำคัญของทุกวันนี้” นายกรณ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า วันนี้ตนมั่นใจว่า พี่น้องชาวใต้ต้องการกลับไปสู่การเมืองที่ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง และต้องการพรรคการเมืองที่ให้โอกาสคนยากคนจนได้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่ เป็นตัวแทน เป็นร่างทรงของพี่น้องประชาชน อย่าง นายจูรี นุ่มแก้ว และผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 4 คนของพรรคชาติพัฒนากล้า

นอกจากนี้ยังเชื่อว่า พี่น้องชาวใต้ต้องการพรรคการเมืองที่เข้าใจคำว่า ลงมือทำ แก้ปัญหาปากท้อง แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องชาวใต้และคนไทยทุกคน ที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน