พิธา เตรียมผลักดันเลือกตั้งผู้ว่าฯ ภายใน 4 ปี เตรียมเวิร์กชอปร่วม 3 สมาคมปกครองท้องถิ่น 15-16 มิ.ย. เชื่อกระจายอำนาจได้แน่ แม้ไม่ได้คุมมหาดไทย

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 1 มิ.ย.66 ที่สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือและรับฟังข้อเสนอแนะในการกระจายอำนาจ ร่วมกับสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่า เป็นการหารือร่วมกันระหว่างพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า และ 3 สมาคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหารือในการอำนวยความสะดวกกับผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เป็นการกระจายความเจริญไปสู่แต่ละท้องที่ภายในประเทศไทย

โดยพูดคุยเรื่องแผนงานช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลว่า ภายใน 100 วันแรกหลังมีรัฐบาลใหม่จะทำอย่างไร ทั้งคำสั่งที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นทำตามศักยภาพ และนำปัญหาของประชาชนมาเป็นที่ตั้ง และมีสิ่งใดที่พรรคก้าวไกลจะสามารถช่วยปลดล็อกการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้

นายพิธา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพูดคุยกันว่าในช่วง 1 ปี และ 4 ปีจะมีเรื่องใดสามารถร่วมกันทำได้ รวมไปถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านประชามติของประชาชน หลังจากนี้จะประชุมร่วมกัน และทำเวิร์กชอปในวันที่ 15-16 มิ.ย. โดยสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ พูดคุยรายละเอียดกฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวยในการบริหารจัดการในช่วงที่ผ่านมา

เมื่อถามว่ามีข้อเสนอใดที่สมาคมฯ เสนอมา หากไม่สามารถทำได้ใน 1 ปีแรก นายพิธา กล่าวว่า ไม่มีอะไรท้าทายเกินความต้องการของประชาชนที่ต้องได้รับการแก้ไข อะไรที่ต้องทำอย่างรวดเร็วและรอบคอบ ประชาชนต้องมีส่วนร่วม หากแบ่งได้แบบนั้นจะทำให้รู้ว่าอะไรสามารถทำได้ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย และเรื่องใดต้องทำประชามติก่อนหรือต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน ถ้าเราแบ่งเป็นระยะๆ แบบนี้ ใครที่กังวลว่าการกระจายอำนาจการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เป็นเรื่องสุดโต่ง จะได้เข้าใจและสบายใจ ว่าการทำทั้งหมดนี้เป็นการกระจายความเจริญไปสู่ประชาชนได้เร็วที่สุด

เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทางพรรคก้าวไกลจะดำเนินการอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งของการทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งหากฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเรื่องการจัดสรรงบประมาณการจัดการในแต่ละพื้นที่ ก็คงเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

เมื่อถามต่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะวางกรอบให้ท้องถิ่นเป็นอิสระจากส่วนกลางหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า การกระจายอำนาจต้องมีงบประมาณ มีภารกิจ การกระจายบุคลากร ดังนั้นต้องรอบคอบ ยกตัวอย่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่มีการกระจายภารกิจกับบุคลากร แต่ทรัพยากรกับงบประมาณไม่ได้ตามลงมาด้วย ทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร แต่ทั้งนี้การบริหารจัดการเรื่องการกระจายอำนาจต้องมีอิสระในการทำงานมากขึ้น มีอิสระในการบริหารการเงินมากขึ้น ถึงจะทำให้การบริการประชาชนดีมากขึ้น

เมื่อถามว่าหากพรรคก้าวไกลไม่ได้คุมกระทรวงมหาดไทย การกระจายอำนาจจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า การกระจายอำนาจเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลผลักดันมาตลอด และจะทำให้เกิดขึ้นจนสำเร็จ พร้อมคิดว่าการทำงานร่วมกับ 3 สมาคม จะทำให้เป้าหมายและการวางตัวบุคคลสำเร็จ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน