อดีตรองหัวหน้าอนาคตใหม่ เผยบทสรุป กกต. ลุยเอาผิด ‘พิธา’ มาตรา 151 เชื่อเรื่องนี้อีกนาน หมดสมัยสภาชุดที่ 26 จะเสร็จหรือเปล่าก็ไม่รู้

วันที่ 10 มิ.ย.2566 นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมือง หนึ่งในผู้ผลักดันเรื่องการกระจายอำนาจ ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความ จากการที่ กกต. มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรี มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ในการรับสมัครเลือกตั้งด้วยเหตุการถือหุ้นไอทีวี 42,000 หุ้น

โดยให้เหตุผลว่าเป็นคำร้องที่ยื่นเกินระยะเวลาตามระเบียบ กกต.ฯ แต่สั่งให้ไต่สวนว่า นายพิธา เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งฯอันเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 42(3)และมาตรา 151ตามพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฯจึงเห็นควรพิจารณาไต่สวนเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏ นั้น

ผมขอให้ความเห็นว่ากรณีตาม ม.42(3) และ ม.151 ตามพรป.เลือกตั้ง ส.ส.ฯ ซึ่งมีโทษโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกำหนด 20 ปีนั้น จะต้องใช้เวลาอีกยาวนาน เพราะเรื่องที่จะอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ไม่ใช่อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่ง กกต.สอบสวนเสร็จต้องไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งมีขั้นตอนต่อไปยังพนักงานอัยการและอีก 3 ชั้นศาล

สรุปว่า เรื่องนี้อีกนานครับ หมดสมัยสภาชุดที่ 26 แล้วจะเสร็จหรือเปล่าก็ไม่รู้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน