อนุทิน แจงวุ่น ภูมิใจไทยไม่มีส่วน ปม นิกม์ อดีตผู้สมัครส.ส. แฉ ‘พิธา’ ถือครองหุ้น โยนเป็นเรื่องส่วนตัว มั่นใจ ไม่กระทบพรรค เหน็บอย่าโยงให้เป็นเรื่อง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 มิ.ย.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. กรณี นายนิกม์ แสงศิรินาวิน อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยหลักฐานการถือครองหุ้นของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ล่าสุดออกมาขอโทษที่ทำให้พรรคได้รับผลกระทบว่า ตนยังไม่ได้เจอนายนิกม์ และยังไม่ได้คุยกัน
แต่ยืนยันว่าการกระทำของนายนิกม์ เป็นเรื่องส่วนตัว และเคลื่อนไหวดังกล่าวทำในฐานะประชาชน ไม่ใช่ในฐานะพรรคภูมิใจไทย และพรรคไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่นอน ยืนยันว่าพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่เคยเสียเวลามาทำอะไรเรื่องพวกนี้ เราไม่ชกใต้เข็มขัดอยู่แล้ว และไม่มีตีกอล์ฟ ไม่มีดีลลับ
ส่วนตนยิ่งไม่เกี่ยวข้อง ไม่มีอะไรทั้งสิ้น แต่มีความไปเขียนข่าวโยงกันเอง และตนได้แสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกล ตั้งแต่คืนวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังทราบผลการเลือกตั้ง และยังให้กำลังใจกับพรรคก้าวไกล ตลอด ย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นเรื่องของอดีตผู้สมัครส.ส.ไม่ได้ทำในนามพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุที่เกิดขึ้น ถือว่านายนิกม์ ยังมีสถานะเป็นสมาชิกพรรค ต่อไปได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใครเป็นสมาชิกภูมิใจไทยก็ได้ ส่วนใครไปทำอะไร รับรองว่าไม่ได้ทำในนามพรรค เพราะมีแค่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเท่านั้น ที่จะทำในนามของพรรค
เมื่อถามว่านายเรืองไกร ระบุว่าการเคลื่อนไหวของนิกม์ อาจถูกมองว่ามีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายเรืองไกร
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากนายพิธา ติดล็อกเรื่องการถือครองหุ้นสื่อจะส่งผลกระทบต่อการตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องถามนายพิธา และกระบวนการยุติธรรม
เมื่อถามว่าหนึ่งในรายชื่อของผู้ถือหุ้นไอทีวี มีชื่อบริษัท ชิโนไทย รวมอยู่ด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ไปโยงกันเอง อย่าเอาอะไรไปโยงกับสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง การดำเนินการเรื่องพวกนี้ให้ไปถามคนเกี่ยวข้อง ย้ำว่าตนไม่เกี่ยว และที่เอารูปของตนไปโยงว่าเกี่ยวข้องกับนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด มหาชน ซึ่งตนเป็นเพื่อนกันมา 40 ปี และความเป็นเพื่อนไม่มีวันหมดอายุ แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลหรืองานการเมือง แต่ถ้าคนจะหาเรื่อง ก็คงเอาไปโยงได้หมด