วิโรจน์ ชี้ ปัญหาโกงข้าวกลางวันนักเรียน ต้องแก้ที่งบประมาณด้วย มองปม “หยก” ทุกฝ่ายต้องหารืออย่างสร้างสรรค์ ย้ำนักเรียนทุกคน ต้องได้เรียนหนังสือ

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2566 ที่พรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงประเด็นการตรวจสอบการทุจริตอาหารกลางวันของนักเรียน ว่า เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน การแก้ไขเพียงเรื่องทุจริตเพียงอย่างเดียวไม่สำเร็จ เพราะที่มาของปัญหาคือการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผล ตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) งบประมาณอาหารกลางวันต่อหัว อยู่ที่ 22-36 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียน หากหักค่าวัตถุดิบต่างๆ ก็แทบไม่เหลือค่าแรงให้แม่ครัว

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ยกตัวอย่าง โรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียน 1000 คนขึ้นไป จะไม่มีปัญหานี้ แต่โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียน 300-400 คน จะเหลืองบ 27 บาทต่อหัว และถ้ามีนักเรียน 100-120 คน ก็จะได้ 22 บาทต่อหัว จึงต้องตั้งคำถามว่า งบประมาณต่อหัวเพียงพอต่อต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงของแม่ครัวหรือไม่

“อีกปัจจัย คือ บางโรงเรียน เช่น โรงเรียนขยายโอกาส ซึ่งให้นักเรียนมัธยมมาร่วมทานอาหารกลางวันกับนักเรียนชั้นประถม ถึงแม้จะผิดกฎระเบียบ แต่ด้วยความขาดแคลนจึงต้องทำ ซึ่งต้องมารับประทานอาหารที่เหลือจากน้อง เพราะตามระเบียบแล้วไม่สามารถรับประทานพร้อมกันได้ งบประมาณต้องไปเจียดให้กับเรื่องนี้ ซึ่งไม่เพียงพอ” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอุปสรรคจากกฎระเบียบ ทำให้ไม่สามารถรวมตัวกัน เพื่อจัดซื้อจัดจ้างได้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางแห่ง ก็มาอุดหนุนไม่สะดวกนัก เพราะมีปัญหาเนื่องจากการจัดเก็บภาษีที่ดินที่ปรับลดลง 90% ทำให้ตอนนี้รัฐบาลติดหนี้ค้างจ่าย อปท. ทั่วประเทศ และกรุงเทพฯ ค้างอยู่ 30,000 ล้านบาท ก็ยังไม่มีแผนชำระคืน

“หลังจัดการเรื่องงบประมาณเสร็จแล้ว ต้องมาดูเรื่องความโปร่งใสต่างๆ เพราะการทุจริตอาหารกลางวันมีโทษหนัก ไม่ใช่แค่โทษทางกฎหมาย โทษทางสังคมก็หนัก เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า เยาวชนคืออนาคตของชาติ การโกงอาหารกลางวันคือการทำลายอนาคตของชาติ” นายวิโรจน์ กล่าว

ส่วนกรณีเรื่องของหยก เยาวชนอายุ 15 ปี ที่มีปัญหาถูกทำให้พ้นสภาพความเป็นนักเรียน นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่ากำลังอยู่ในกระบวนการหารือ หาทางออก ด้วยการพูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นทางออกที่ถูกต้องแล้ว โดยต้องพูดคุยกัน ถ้าเรายังตอบคำถามแบบปิงปองแบบนี้ การแก้ปัญหาจะไม่เกิด เราควรเปลี่ยนให้เป็นการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ดีกว่า เพราะว่าจุดยืนคือนักเรียนทุกคนต้องได้รับการเรียนหนังสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน