ธนกร รอเลขาฯรวมไทยสร้างชาติ นัดรายงานตัว ส.ส.พร้อมกัน เชื่อพรรคร่วมเก่า นัดคุยกันก่อนโหวตประธานสภา-นายกฯ ระบุรับรอง ส.ส.แล้ว สถานะเปลี่ยน เข้าเงื่อนไขกม.
เมื่อเวลา 08.55 น.วันที่ 20 มิ.ย.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการไปรายงานตัว ส.ส.ที่รัฐสภา หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.แล้วว่า ทางเลขาธิการพรรค จะเป็นผู้นัดอีกครั้งว่าจะไปพร้อมกันวันไหน ซึ่งวันนี้เห็นแล้วว่า กกต.ทำงานรวดเร็ว พวกเราต้องชื่นชม
ในส่วนส.ส.ใหม่ของพรรคจะมีการสัมมนากันภายใน เพื่อพูดคุยให้เข้าใจถึงระเบียบ วิธีการ จากนั้นจะจัดสัมมนาในต่างจังหวัดเพราะในพรรคเองยังไม่เคยไปพูดคุยกัน มีหลายอย่างที่ผู้สมัครรุ่นใหม่ ส.ส.รุ่นใหม่สะท้อนมาในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพรรค เราจะนำข้อมูลเหล่านี้มาพูดคุยและทำงานให้พรรคเข้มแข็งมากขึ้น
นายธนกร กล่าวว่า ส่วนการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและการโหวตนายกรัฐมนตรีนั้น พรรคจะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน และตนเข้าใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจะมีการพูดคุยกันด้วย เพราะทุกพรรคมีสายสัมพันธ์อันดีกับพรรค และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละพรรคได้พูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์อยู่ตลอดเวลา
เมื่อถามว่าจะนัดกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า คิดว่าเป็นไปได้ เพราะหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคก็มาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เจอทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ และหัวหน้าพรรค คงคุยกันบ้าง ส่วนการนัดกันอย่างเป็นทางการ คิดว่าไม่แน่ แต่ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี
เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจะโหวตเรื่องต่างๆ ในสภาไปทางทิศทางเดียวกันใช่หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตนคงไปก้าวล่วงพรรคอื่นไม่ได้ แต่ที่ตนพูดข้างต้นหมายถึงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนั้นมีมายาวนาน ในทางการเมืองก็มีการแลกเปลี่ยนกันบ้าง และพูดคุยกันตลอดเวลาอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะเสนอชื่อประธานสภา แข่งหรือไม่ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ตนคงตอบแทนไม่ได้ เพราะต้องประชุมพรรคก่อน
เมื่อถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะเป็นโต้โผหลักรวบรวม 50 รายชื่อ ส.ส.เพื่อขอตรวจสอบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน เมื่อกกต.รับรองว่าที่นายกฯแล้ว กลไกในการพิจารณาคดีต่างๆ มันคงเดินได้ ก่อนหน้านี้ที่มีคนไปยื่นตรวจสอบก็ดำเนินการไปแล้ว แต่เมื่อมีการรับรอง ส.ส.แล้วสถานะจะเปลี่ยน เพราะจะเข้าเงื่อนไขกฎหมายทั้งหมด ฉะนั้น กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญคงต้องดำเนินการ
เมื่อถามว่าเป็นหน้าที่ของ ส.ส. หรือ กกต. ในการยื่นตีความคุณสมบัตินายพิธา เรื่องการถือหุ้นสื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 นายธนกร กล่าวว่า ไม่ได้เป็นหน้าที่ของใคร แต่เมื่อเป็นสิ่งที่ท่านเกี่ยวข้อง ท่านก็ต้องดำเนินการ ที่ผ่านมามีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้วว่ากระบวนการต่างๆ เขาดำเนินการมาอย่างไร ซึ่งเป็นข้อกฎหมาย กกต.ก็ต้องไปดู อย่างไรก็ตาม หากว่าที่นายกฯมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายเราก็คาดการณ์ไม่ได้ว่าองค์กรที่ตรวจสอบจะตัดสินตอนไหน หรืออาจจะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ ต้องดูกันก่อน