สุดารัตน์ เผยจำเป็นต้องนั่งหัวหน้า-ส.ส. อ้างใช้ประสบการณ์ตั้งรัฐบาลให้รอด ยันไม่ต่อรองเก้าอี้รมต. ชี้หาก 2 พรรคใหญ่ดีลตั้ง ปธ.สภา ไม่สำเร็จ ฝ่ายปชต.จบเห่แน่

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 มิ.ย.2566 ที่รัฐสภา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมส.ส.ของพรรค จำนวน 5 คน เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวจะลาออกจากส.ส.และหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดทางให้คนอื่นว่า เคยพูดบนเวทีหลายครั้ง ตั้งใจสร้างพรรคนี้เป็นสถาบันการเมือง เป็นของประชาชน ไม่ใช่พรรคของใครหรือนายทุนคนใด แต่ต้องทำหน้าที่เป็นนั่งร้านเสาเข็ม และสะพานเชื่อมโยงให้คนเข้าพรรค ให้เป็นสถาบันการเมือง จากนั้นตนจะไปอยู่กับประชาชน โดยมีกลไกที่เข้มแข็งของพรรค แก้ไขปัญหาให้ประชาชน แต่เนื่องจากตั้งพรรคครั้งแรก จำเป็นต้องมีคนนำ โดยเฉพาะคนที่อยู่มานานอย่างตน

ในการประชุมยุทธศาสตร์ของพรรค เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงความประสงค์ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ แต่มีเสียงคัดค้านว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่นิ่ง อยากให้มีการพูดคุยกันอีกครั้ง โดยคณะผู้บริหารพรรคและส.ส.ขอให้พูดคุยกันก่อน ให้ดูห้วงเวลาที่เหมาะสม และควรช่วยกันประคับประคองให้มีรัฐบาลประชาธิปไตย โดยใช้ประสบการณ์ของตนช่วย ดังนั้น ตนจึงต้องมารายงานตัวเป็นส.ส. เป็นส.ส.ไปก่อน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นนานเท่าไหร่ ยืนยันว่าไม่ยึดติดตำแหน่ง และยังไม่ทราบว่าจะลาออกเมื่อไหร่

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนกระแสข่าวพรรคไทยสร้างไทยต้องการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น ยืนยันพรรคไม่มีปัญหาใด พยายามเสียสละให้การตั้งรัฐบาลราบรื่น ไม่มีเงื่อนไขใด ไม่เรียกร้องกระทรวงใด อาจเป็นความคาดหวังของบางคนที่พูดไป สเต็ปแรกขณะนี้ต้องเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายกรัฐมนตรีให้ได้ก่อน โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภา ถ้าไม่ลงตัวใน 8 พรรค การตั้งรัฐบาลจะยากเย็น

เมื่อถามว่าถ้าตำแหน่งประธานสภาไม่ลงตัว จะเป็นชนวนให้การจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่สิ่งที่กลัวที่สุดคือไม่อยากเห็นการชุมนุม การสูญเสีย เพราะจะเป็นข้ออ้างที่จะนำสู่การทำรัฐประหาร ดังนั้น ทั้ง 2 พรรคใหญ่ต้องรู้ว่าตำแหน่งประธานสภามีความสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่ประมุขนิติบัญญัติ แต่สถานการณ์การเมืองเช่นนี้ขอให้พรรคที่หนึ่ง และพรรคที่สองไปคุยกันให้จบ เสียสละเพื่อส่วนรวม ตกลงกันให้ได้ ถ้าโหวตแข่งกันฝ่ายประชาธิปไตยจบแน่นอน ถ้าไม่จบ จบเห่แน่

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคเคยยื่นเรื่องให้แก้ไขโดยให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ไม่ต้องทำประชามติ อยากให้ประชาชนสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ของพรรค เพราะไม่ได้แก้ไขเพียงแค่ส.ว. 250 คน แต่ยังมีเรื่องยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่เป็นเงื่อนไขให้ทุกรัฐบาลต้องปฏิบัติตาม อาจทำให้เกิดวิกฤตการเมืองตามมา จึงต้องดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้อยู่ในมือของประชาชน ไม่ใช่ปลายกระบอกปืนของเผด็จการ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าการเข้าสภาวันนี้ถือเป็นในรอบ 19 ปี หลังไม่ได้เป็นส.ส. ตั้งแต่ก่อนทำรัฐประหารปี 49 จนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และพรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน