ชลน่าน ยัน เพื่อไทย ได้ข้อยุติปมประธานสภาฯ ก่อน 3 ก.ค. ระบุขึ้นอยู่กับการเจรจาสองพรรค ชี้ละเมิดสิทธิ “สุชาติ” ไม่ได้ ถ้ามีคนเสนอชื่อชิงเก้าอี้
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 22 มิ.ย.2566 พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำคณะส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางด้วยรถเมล์ EV จากที่ทำการพรรคเพื่้อไทยมายังรัฐสภา เพื่อรายงานตัวส.ส.ต่อสำนักเลธิการสภาผู้แทนฯ ทั้งนี้ ก่อนรายงานตัว คณะส.ส.พรรคเพื่อไทยได้สักการะพระสยามเทวาธิราช และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ไม่ได้ถือฤกษ์ถือยามอะไร เป็นไปตามจังหวะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลวันที่ 19 มิ.ย. และวันที่ 20 มิ.ย. วันแรกที่ไปรับหนังสือรับรองจาก กกต. และขอให้สมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งรายงานตัวพร้อมกันในวันนี้ ทั้งนี้ ได้สักการะพระสยามเทวาธิราช และไหว้ศาลตายาย ประจำอาคารรัฐสภา ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกสถานที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ตนได้ฟังนายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวชัดว่า “ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้คุ้มครอง การทำหน้าที่ของสมาชิกสภาแทนราษฎร โดยเฉพาะของพรรคเพื่อไทย รวมถึงสมาชิกผู้แทนราษฎรทุกคน ให้ทำหน้าที่ได้อย่างราบรื่น ปราศจากอุบัติเหตุ อุบัติภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยจากมนุษย์ จากสัตว์ หรือจากอะไรก็แล้วแต่ ที่จะมาขัดขวางการทำงานของสมาชิก ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน และประเทศชาติบ้านเมือง”

นพ.ชลน่าน กล่าวถึงตำแหน่งประธานสภาฯ ว่า ขั้นตอนการเจรจาพูดคุยที่เราวางแนวไว้ คือ เป็นการเจรจาระหว่างสองพรรค ซึ่งเราได้มอบหมายหน้าที่ไว้เรียบร้อย ขั้นตอนนี้เป็นกระบวนการภายในเท่านั้น ส่วนที่พรรคเพื่อไทยมีข่าวออกมาก็เป็นกระบวนการพิจารณาภายในของพรรค เพื่อนำข้อเจรจานี้ไปพูดคุยกับพรรคก้าวไกล ฉะนั้น ข้อสรุปสุดท้ายอยู่ที่การเจรจาของสองพรรคใหญ่
เมื่อถามว่าสุดท้ายจะมีข้อสรุปอย่างไร เพราะมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยกังวลว่าจะบานปลาย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญและระมัดระวังเรื่องนี้อย่างยิ่ง แต่ในขั้นตอนการพูดคุยนั้น เราต้องเปิดตรงกลาง เมื่อมีตัวแทนฝ่ายบริหารที่เรามอบให้เป็นคณะเจรจา ไปกำหนดแนวทางเจรจาไว้ ก็ต้องนำหลักการนี้มาขอความเห็นจากสมาชิกพรรค โดยเฉพาะคนที่เป็น ส.ส. ซึ่งเมื่อวาน (21 มิ.ย.) เป็นขั้นตอนนั้น
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า แม้จะมีเสียงเล็ดลอดออกไปทางสื่อ ซึ่งสิ่งที่เขาพูดไปก็เป็นเพียงแค่ข้อคิดเห็น การที่เราจัดสัมมนาก็เปิดโอกาสให้มีการแสดงความเห็นตรงนี้ด้วย โดยคนที่แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะเสนอขอตำแหน่งประธานสภาฯ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นความเห็นของส.ส.ทั้ง 141 คน เพราะมีเพียง 10 กว่าท่านเท่านั้นที่ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็น
เมื่อถามว่านายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยต้องแคร์ความรู้สึกสมาชิกพรรคเป็นหลัก นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคมีหลักการในการทำงาน เราแคร์ความรู้สึกทุกฝ่าย ซึ่งทุกฝ่ายหมายถึงพรรคร่วมที่เราไปทำสัญญาร่วมกัน แต่ความรู้สึกที่เราต้องแคร์มากที่สุดคือ ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่เรายึดถือเป็นอันดับหนึ่ง อันดับสองคือแคร์ความรู้สึกสมาชิกพรรค โดยเฉพาะคนที่เป็นส.ส. ฉะนั้นเราต้องมองทุกมิติให้ครอบคลุม
เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคบางคนเห็นว่า หากจะให้ตำแหน่งประธานสภาฯ กับพรรคก้าวไกล ก็จะมีบางคนรับไม่ได้ และจะขอฟรีโหวต นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ส.ส.ทำหน้าที่ตามความคุ้มครองภายใต้รัฐธรรมนูญ มีเอกสิทธิ์ในการออกเสียงแสดงความคิดเห็นในการลงมติ แต่ในระบบพรรคการเมือง เราต้องพูดคุยกัน โดยเฉพาะระบบพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และระบบรัฐสภา ซึ่งยึดถือเสียงข้างมากเป็นหลัก เคารพเสียงข้างน้อย ก็ต้องมีข้อสรุปในระบบของพรรค
“ฉะนั้น พรรคเพื่อไทยเมื่อมีความเห็นต่างเช่นนี้ ก็ต้องหาความเห็นร่วมให้ได้ ก่อนที่จะไปพูดคุยเจรจา ฉะนั้น ประเด็นข้อกังวลที่จะมีการฟรีโหวตนั้น เมื่อพรรคเพื่อไทยมีมติอย่างไร เชื่อว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยจะมีวินัย” นพ.ชลน่าน กล่าว
เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทางพรรคเพื่อไทยต้องวางตัวอย่างไรกับพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่าน กล่าวว่า คำว่า “ถ้า” ตรงนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเราพูดคุยภายในพรรคให้จบกระบวนการทั้งหมด
เมื่อถามต่อว่าจะให้นายสุชาติ สละสิทธิ์เลยหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราไปละเมิดสิทธิ์ของสมาชิกไม่ได้ แต่เราเสนอว่าหากมติพรรคเป็นเช่นนี้แล้ว ท่านจะตัดสินใจอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับตัวท่าน ซึ่งเราไม่มีสิทธิ์จะไปห้ามสิทธิ์ของแต่ละท่านได้ที่จะเสนออะไรขึ้นมา แต่ด้วยวิธีการและกลไกของพรรคการเมือง เราต้องเคารพเสียงข้างมากที่เลือกเรามา ซึ่งตนก็ยังไม่ทราบว่าเสียงข้างมากจะออกมาในมุมไหน และการเจรจากับพรรคก้าวไกลจะออกมาในมุมใด อาจจะมีข้อยุติที่ดีก็ได้
เมื่อถามถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พูดถึงการแชร์ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ให้กับพรรคอันดับ 3 จะพิจารณาอย่างไรหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หลักการคือเรามอบให้พรรคแกนนำเป็นผู้นำในการพูดคุยเรื่องนี้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็เสนอในมุมของเราเท่านั้น ส่วนพรรคก้าวไกลจะพูดคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ อย่างไรนั้น ก็เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลจะไปพูดคุย
“เรามีข้อเสนอในมุมของพรรคเพื่อไทยว่า พรรคอันดับ 1 ได้ 151 เสียง พรรคอันดับ 2 ได้ 141 เสียง และพรรคอันดับ 3 ได้ 9 เสียง ในลักษณะเช่นนี้ต้องยึดถือประเพณีปฏิบัติที่เป็นมาหรือไม่ ที่จะต้องแบ่งตำแหน่งรองประธานสภาฯ เกลี่ยไปยังพรรคอันดับ 1-3 ซึ่งก็มีการพูดคุยกันในที่ประชุมของพรรคเพื่อไทย คณะเจรจาที่ได้รับมอบหมาย ฝ่ายผู้บริหารก็พิจารณาแล้ว ก็มีข้อเสนอว่าพรรคอันดับ 1 และ 2 คะแนนห่างกันไม่มาก แต่ห่างจากพรรคอันดับ 3 มาก จึงเสนอให้พรรคอันดับ 2 ได้ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ทั้งสองท่าน ซึ่งนี่เป็นหลักการที่เขาจะเสนอ ส่วนพรรคก้าวไกลจะรับหรือไม่ และจะไปคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์อย่างไร ก็เป็นเรื่องของพรรคก้าวไกล” นพ.ชลน่าน กล่าว
เมื่อถามว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา พูดเป็นแนวทางเดียวกันว่า หากตกลงกันเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ ไม่ได้ พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจบเห่แน่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ไม่น่าจะถึงขั้นนั้น ก็ขอบคุณในความปรารถนาดีของทั้งสองท่าน ในฐานะที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมายาวนาน พรรคเพื่อไทยในฐานะที่มีส่วนได้เสียโดยตรงเป็นคู่เจรจา เรามั่นใจว่าสิ่งที่คนหวั่นไหวและคาดการณ์จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องได้ข้อยุติภายในพรรคก่อนที่จะไปพูดคุย และก่อนวันที่ 3 ก.ค.นี้ แน่นอน