เศรษฐา กร้าว ไม่ชอบ ส.เสี้ยม หลัง ส.ว. ปูดฝ่ายแพ้จะกลับมาชนะ แนะโหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯ หวังตั้ง รัฐบาลโดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาประชาชน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมวงเศรษฐกิจ ถึงการจัดตั้งรัฐบาลเหมือนจะล่าช้า ทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจประชาชนล่าช้าไปด้วยว่า หากล่าช้าไป ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะทำให้การลงทุนชะลอ นโยบายหลักๆ ที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจก็ถูกพักไป ตนคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ อย่างที่ตนเรียกร้องมาตลอดว่าอยากให้รีบจัดตั้งรัฐบาล
ตนได้คุยกับพรรคพวกในวงเศรษฐกิจ ทราบว่ายอดขายหลายยอดร่วง ซึ่งตนตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะตกไปเยอะ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่น่าเห็นใจ อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายนี้เราจะพูดคุยกันว่าหากได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลจริงๆ อะไรบ้างที่เราพร้อมเดินหน้าเลย เช่น การขึ้นค่าแรง ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเป็นรายได้พื้นฐานของประชาชนทุกคน แต่จะขึ้นเท่าไหร่อย่างไร ตนเชื่อว่าคณะทำงานทั้ง 2 พรรคคงเป็นคนกำหนด โดยพรรคต้องเตรียมการเรื่องนี้ให้ดี แต่คณะทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นตนไม่ทราบรายละเอียด
ทั้งนี้ ตนเป็นห่วงประชาชน เรื่องปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องการเมืองเป็นเรื่องรอง แต่ทุกวันนี้มีแต่เรื่องการเมืองทั้งนั้น จึงขอเรียกกร้องให้จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว
เมื่อถามว่ามองอย่างไรกรณี ส.ว.บางคน ระบุมีคนพยายามทำให้ฝ่ายที่แพ้กลับมาชนะ นายเศรษฐา นิ่งสักครู่ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “สั้นๆ ผมชอบส.ที่สร้าง ไม่ชอบส.ที่เสี้ยม”
เมื่อถามต่อว่าการโพสต์เช่นนี้จะมีนัยยะที่เป็นอุปสรรคต่อการทำให้ได้นายกฯ ช้าหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า จุดยืนของตนชัดเจน อยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพราะเป็นห่วงประชาชนจริงๆ
เมื่อถามว่ามองอย่างไรกรณี ส.ว.ที่พรรคก้าวไกล พยายามเจรจาด้วยเปลี่ยนใจจะไม่เลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ แล้ว นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ได้ยิน ไม่ทราบ แต่อยากให้จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว และอยากให้โหวตนายพิธา เป็นนายกฯ
ส่วนกรณีที่หากมีสมาชิกพรรคโหวตสวนมติในการเลือกประธานสภา หรืออื่นๆ ทางพรรคมีข้อบังคับอย่างไรนั้น ตนไม่ทราบ และคิดว่าเราพูดเรื่องประธานสภา กันเยอะแล้ว วันนี้จุดยืนของตนชัดเจน อยากให้มีการเลือกประธานสภา และนายกฯ โดยเร็ว เพื่อบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ วันนี้เศรษฐกิจบอบช้ำเยอะมาก ตนคิดว่าต้องพักเรื่องการเมืองไปก่อน เอาเรื่องประชาชนดีกว่า