เศรษฐา มั่นใจพท.-กก.จับมือเดินต่อ ไม่พลิกขั้วตั้งรัฐบาล เชื่อเจรจาประธานสภาจบแน่
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 28 มิ.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงการเลื่อนประชุมระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา แต่หากถามว่าจะจบอย่างไรนั้น ตนคิดว่าคงเหมือนเดิม คือฝ่ายประชาธิปไตยต้องจับมือกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ ยังมีเวลาอีก 3-4 วัน เชื่อว่าการเจรจาจะออกมาด้วยดี ไม่มีประเด็นอะไรมาหยุดยั้งการจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยได้
ส่วนที่ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะแสดงจุดยืนอย่างไร ทัวร์ก็จะมาลงว่าพรรคเพื่อไทยทรยศ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่มีหรอก เราไม่ทรยศ เราพูดมาตลอดมาว่าเราเคารพเสียงของประชาชน และเราฟังทุกเสียง ไม่ว่าเสียงของส.ส.หรือคณะกรรมการบริหาร ตนคิดว่าเรื่องสำคัญที่สุดคือเรื่องธงต้องไม่เปลี่ยน ฝ่ายประชาธิปไตยต้องจับมือกันและจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เพื่อจะได้มีรัฐบาลใหม่มาบริหารจัดการประเทศและช่วยเหลือประชาชน
ส่วนการหาข้อยุติเรื่องประธานสภาฯ ที่ล่าช้าออกไปจะทำให้ประชาชนมองว่าเป็นการแย่งตำแหน่งกันหรือไม่นั้น นายเศรษฐากล่าวว่า คงไม่เป็นการแย่ง เราเซ็นเอ็มโอยูไปแล้ว จับมือกันแล้ว ขณะนี้คงต้องเป็นการคุยรายละเอียด ตนเชื่อว่าจะคุยกันรู้เรื่อง มั่นใจว่าจะไม่มีการพลิกขั้ว อย่างไรเพื่้อไทยกับก้าวไกลก็จับมือไปด้วยกันจนกระทั่งไปถึงปลายทาง ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนการเจรจายังไม่จบ แม้ตนจะไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการเจรจา แต่ก็ได้รับฟังว่าพูดคุยกันเป็นไปด้วยดี
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลเปิดตัว นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล และได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ในตำแหน่งประธานสภาฯ จนถูกมองว่าออกตัวแรง นายเศรษฐา กล่าวว่า อย่ามองเป็นการออกตัวแรง เขามีความชัดเจนมากกว่า เขาคงมีการโหวตกันภายในเป็นไปตามครรลองของพรรค เชื่อว่าการเลือกประธานสภาฯ ไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายประชาธิปไตย
เมื่อถามว่าท้ายที่สุดแล้วพรรคเพื่อไทยหรือพรรคก้าวไกลจะต้องถอยหรือไม่ หรือต้องมีการปรับสูตรสมการ นายเศรษฐา กล่าวว่า อย่าคิดว่าเป็นการเสียสละ ยกให้หรือเป็นการถอย แต่เป็นการคุยกับฝ่ายที่มีเป้าหมายเดียวกัน และจับมือจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน เชื่อว่าทั้ง 2 พรรคจะคุยกันรู้เรื่อง แม้ว่าการตกลงจะออกมาทางใดทางหนึ่ง แต่เป้าหมายหลักจะไม่เสีย ส่วนพรรคเพื่อไทยจะเปิดชื่อประธานสภาฯ เมื่อไหร่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นคณะกรรมการบริหาร แต่มั่นใจว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะได้รับฉันทามติโหวตให้เป็นนายกฯ แน่นอน