เสรี ไม่เชื่อ ส.ว.รับผลประโยชน์ แลกโหวต ‘พิธา’นั่งนายกฯ ชี้ต้องซื้อ 60-70 เสียง อาจมีการเก็บหลักฐานไว้ ยันจุดยืนเดิม หากก้าวไกลไม่ถอยม.112 ก็ไม่ถอยเหมือนกัน

เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2566 นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ว.บางกลุ่มเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง และไม่ทราบตัวตนว่าส.ว.เป็นใคร

ทั้งนี้ ตนไม่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นจริง เนื่องจากการซื้อเสียง ส.ว.เพื่อแลกโหวตนั้นไม่ใช่จะเกิดแค่วงเล็กๆ เพราะต้องได้เสียงถึง 60-70 เสียง หากเขาจะซื้อแค่ 10- 20 เสียง ก็ไม่สามารถการันตีว่าจะได้รับเสียงโหวตเพียงพอตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดคือ 376 เสียง โดยขณะนี้ฝั่ง 8 พรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสียง 311 เสียง ยังขาดอีกเกือบ 70 เสียง ดังนั้น หากทำจริง เชื่อว่าจะมีการบันทึกหลักฐานไว้ คงไม่ยอมให้มีการจ่ายผลประโยชน์มูลค่ามหาศาลกันฟรีๆ หรือไร้หลักฐาน

“ข่าวที่ออกมาผมมองว่าไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น ยิ่งส.ว.เองไม่เป็นผลดีแน่นอน เพราะคนที่จะโหวตนั้น ต้องถูกจับจ้อง มองว่ามีผลประโยชน์หรือเป็นไปตามกระแสข่าวหรือไม่” นายเสรี กล่าว

เมื่อถามว่าส.ว.จะหารือร่วมกันก่อนวันโหวตนายกฯ หรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า คงพูดคุยกัน แต่เป็นแบบธรรมชาต และเป็นปกติ อีกทั้งสัปดาห์หน้าวันที่ 10 – 11 ก.ค. จะมีการประชุมวุฒิสภา หลังจากเปิดสมัยประชุมสภาแล้ว

เมื่อถามถึงทิศทางโหวตนายกฯ ยังยืนยันจุดยืนเดิมหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าตนจะยืนยันจุดเดิมหรือไม่ แต่พรรคก้าวไกลและนายพิธา ควรแสดงจุดยืน หากไม่ยอมถอยเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตนก็ไม่ถอยเช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน