ส.ว.ดิเรกฤทธิ์ ย้ำโหวตเลือกนายกฯ ตามเสียงข้างมาก เผยมี 2 ฝั่งชงข้อมูลเลือก-ไม่เลือก ‘พิธา’ แต่ไม่ใช่ให้ผลประโยชน์ จับตาอาจเสนอเลื่อนลงมติ 13 ก.ค.

วันที่ 5 ก.ค.2566 นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวในรายการ ‘อยากมีเรื่องคุย’ ทางข่าวสดออนไลน์ ถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า เราเป็นผู้ใหญ่ ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่และระบอบประชาธิปไตย เรามีจุดยืนเลือกฝ่ายเสียงข้างมาก ส.ส.มากกว่าครึ่งเสนอใครเป็นนายกฯ ก็ต้องเลือกคนนั้นให้เป็นนายกฯ เว้นแต่มีเหตุอื่น เช่น เรื่องคุณสมบัติ เรื่องการขับเคลื่อนนโยบาย แต่เรื่องใหญ่หลักการคือเลือกเสียงข้างมากเป็นนายกฯ

ส่วนเรื่องคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกฯ ซึ่งถูกร้องเรียนนั้น หากยังไม่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายพิธา ต้องถือว่านายพิธาบริสุทธิ์ ไม่ได้มีคุณสมบัติผิดเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ทราบว่าวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งนัดประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ จะมีส.ว.ขอเลื่อนวาระนี้ออกไปหรือไม่ ซึ่งตามข้อบังคับการประชุม สมาชิกรัฐสภาสามารถเสนอเลื่อนได้ ยืนยันในส่วนของส.ว.ยังไม่มีสัญญาณใดๆ

นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวยืนยันว่าส.ว.มีอิสระในการใช้ดุลพินิจ แต่จะมีเหตุผลอย่างไรเป็นเรื่องของแต่ละคน ตนเชื่อว่าส.ว.ชุดนี้ทำหน้าที่โดยอิสระ ไม่มีใครมากดสวิตช์สั่งซ้ายหันขวาหันได้ ส่วนที่มีส.ว.บางคนบอกไม่จำเป็นต้องฟังเสียงประชาชนที่เลือกพรรคเสียงข้างมากนั้น ตนเข้าใจว่าคงหมายถึงเสียงของประชาชนก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่หากบุคคลที่ถูกเสนอชื่อมาแล้วเป็นคนไม่ดี ทำให้ประเทศชาติขัดแย้ง เขาเห็นอย่างนั้นอาจจะไม่เลือกก็ได้

แต่ตนมีจุดยืนชัดเจน ถ้านายพิธารวมเสียงได้มาก ก็เลือก ยกเว้นขาดคุณสมบัติหรือขับเคลื่อนนโยบายแล้วมีปัญหาต่อประเทศชาติ ถ้าเขาอธิบายได้ ตนก็เลือกเขา

ส่วนที่มีข่าวซื้อตัวส.ว.นั้น เชื่อว่าเป็นการปล่อยข่าวดิสเครดิตส.ว. เพื่อให้ประชาชนเสื่อมศรัทธามากๆ ไม่ให้เสียงส.ว.สมเหตุสมผลในการทำหน้าที่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีทั้งคนเสนอให้โหวต และไม่ให้โหวตนายพิธา แต่ไม่ใช่เรื่องการเสนอผลประโยชน์ แต่เป็นเรื่องของหลักคิดมากกว่า

ฝั่งที่ไม่ให้โหวตนายพิธา ก็ให้เหตุผลชัดเจนว่าจะปล่อยให้คนที่ทำเรื่องไม่ดีมาเป็นนายกฯได้อย่างไร มีภาพจำ เคยพูดอะไรไว้ สร้างความแตกแยก ถ้าเขามีนโยบายแก้ 112 หรือเปิดให้บางประเทศมาตั้งฐานทัพ อย่างนั้นควรตัดไฟแต่ต้นลม นี่คือฝ่ายที่บอกอย่าไปเลือกนายพิธา

อีกฝ่ายขอให้โหวตนายพิธา ก็บอกว่าเราต้องแยกให้ออกว่าอำนาจบริหารกับนิติบัญญัติ โจทย์ของเราคือเลือกรัฐบาลบริหารประเทศ เราใช้หลักอะไร เมื่อประชาชนเลือกมาแล้ว ส.ส.อยากให้นายพิธา ถูกต้องหรือไม่ ฝ่ายที่เลือกนายพิธา ไม่ใช่ว่าไม่รักชาติ หรือเป็นกลุ่มชังชาติ เพราะนโยบายที่เป็นข้อกังวลเรื่องแก้ 112 นายพิธาก็ไม่ได้ทำด้วยตัวคนเดียว เพราะต้องเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ ต้องเสนอเป็นกฎหมายเข้ามา ซึ่งรับรองได้ว่าไม่ผ่าน อาจจะไม่ผ่านตั้งแต่บรรจุวาระก็ได้ เพราะเนื้อหากฎหมายที่เสนอขัดรัฐธรรมนูญ

ฝ่ายที่เลือกนายพิธา เขาแยกแยะออกฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ อยากให้คิดด้วยว่านายพิธาได้ 312 เสียง ไม่ได้แปลว่า 312 คน ไม่รักชาติไม่รักสถาบัน แต่เห็นว่าการขับเคลื่อนนโยบายต้องผ่านกลไกนิติบัญญัติ ถ้ากระทบประเทศชาติก็ไม่ผ่าน อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้นายพิธา และพรรคก้าวไกล อธิบายต่อส.ว.และสาธารณะให้ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรา 112 ถ้าอธิบายเรื่องเหล่านี้ให้ชัด ตอบคำถามที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.ตั้งไว้จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลให้ส.ว.ใช้ประกอบการพิจารณาลงคะแนน” นายดิเรกฤทธิ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน