ส.ว.ดิเรกฤทธิ์ จี้ กกต. เร่งส่งศาลวินิจฉัย “พิธา” ปมถือหุ้นสื่อ รีบเคลียร์ก่อนวันโหวตนายกฯ 13 ก.ค. หวั่นเสี่ยงติดหล่ม ผิดรธน. ไม่สามารถโหวตให้ได้

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 10 ก.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมส่งพยานหลักฐานให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล เรื่องถือหุ้นสื่อไอทีวี จะส่งผลกระทบต่อการโหวตนายกฯ ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 13 ก.ค.นี้หรือไม่

นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการโหวตเลือกนายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ระบุว่า สมาชิกรัฐสภาต้องเลือกนายกฯ จากผู้มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เมื่อเป็นเช่นนี้ปัญหาคือที่นายพิธาถูกกล่าวหาอยู่ นายพิธามีคุณสมบัติ ณ วันที่เราจะโหวตเลือกหรือไม่

นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่องค์กรที่จะมาวินิจฉัยคือศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนต้นเรื่องคือผู้ร้องเรียน รวมทั้งส.ส. หากจะเข้าชื่อกันยื่นต่อศาล ผู้ร้องอื่นก็จะยื่นไม่ได้ โดยจะทำได้เพียงไปเสนอหลักฐานร้องเรียนกล่าวโทษกล่าวหานายพิธา ต่อ กกต. ฉะนั้น กกต.ถือเป็นหน่วยงานกลั่นกรองเบื้องต้น เหมือนพนักงานสอบสวนในคดีอาญา แต่คดีในรัฐธรรมนูญ กกต.รับเรื่องแล้ว ก็ควรจะตรวจหลักฐานว่าครบองค์ประกอบหรือไม่ ข้อกล่าวหามีพยานหลักฐานครบถ้วนหรือไม่ ดังนั้น หน้าที่ของ กกต.คือต้องรีบส่งศาลวินิจฉัย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย นายพิธาจะถูกหรือผิด จะมีคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามหรือไม่ อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องชี้

“การที่ กกต.เอาเรื่องมากอดไว้ ตรงนี้ต้องพิจารณาและทำให้เร็ว เพราะไม่อย่างนั้นเมื่อเปิดการประชุมรัฐสภา วันที่ 13 ก.ค. ที่มีวาระโหวตเลือกนายกฯ จะทำให้เกิดการอภิปรายอย่างกว้างขวาง เพราะจะมีคนยกมาตรา 272 ไปโยงกับมาตรา 160 และมาตรา 98 ซึ่งจะบ่งชี้ว่าเวลานี้ข้อยุติคืออะไร สำหรับคนที่เลือก ถ้าเลือกไปอาจขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

เช่นเดียวกับโครงสร้างของคดีที่บอกว่า ถ้ารู้อยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติยังจะไปสมัคร ตรงนี้ก็มีความผิด มีโทษ ถ้านายพิธาไม่มีหรือขาดคุณสมบัติ เรายังไปเลือกก็อาจจะผิดรัฐธรรมนูญได้ รวมถึงมีโทษทางอาญาด้วย ตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญที่สมาชิกรัฐสภาจะใช้ประกอบการตัดสินใจพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่” นายดิเรกฤทธิ์ กล่าว

นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อศาลรับเรื่องแล้ว ท่านต้องสั่งเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เช่น ถ้ามีการกล่าวหาว่ามีลักษณะต้องห้าม เป็นส.ส.ไม่ได้ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้ ท่านจะต้องมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหรือไม่ เพราะเห็นว่ามีการร้องว่าขาดคุณสมบัติ ซึ่งการขาดคุณสมบัติจะมีผลย้อนไปถึงวันเลือกตั้ง

ฉะนั้น วิธีการของศาลจะต้องให้หยุดไว้ก่อนชั่วคราว ถ้าผลออกมาชนะก็ทำงานต่อได้ แต่ถ้าแพ้ การเป็นส.ส.จากการได้รับเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา จะเป็นโมฆะทั้งหมด รวมถึงกระบวนการไปสู่นายกฯ ก็เป็นโมฆะด้วย เช่นเดียวกับกรณีการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แนวทางการพิจารณาของศาลก็เป็นไปไปแนวทางเดียวกัน

เมื่อถามกรณีเคยออกมาระบุว่าจะโหวตให้กับผู้ที่มีเสียงข้างมาก แต่ขณะนี้นายพิธาถูกยื่นตีความเรื่องคุณสมบัติสมาชิกภาพ ส.ส. ยังยืนยันที่จะโหวตให้เหมือนเดิมหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า จุดยืนตนประกาศต่อสาธารณะ เราต้องประคับประคองประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ตนเคยประกาศบันได 3 ขั้นไว้ 1.ส.ส.รวมกันเป็นเสียงข้างมาก ในเมื่อสภาฯ มีหน้าที่เลือกรัฐบาล เราควรสนับสนุน

2.ต้องมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ตนเห็นว่า 2 เดือนที่ผ่านมา มีการร้องกล่าวโทษนายพิธา ถ้านายพิธา ไม่ผ่านคุณสมบัติ ตนก็เลือกไม่ได้ เพราะสุ่มเสี่ยงจะทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง ถือเป็นประเด็นสำคัญ ส่วนบันไดขั้นที่ 3 ก็อาจไม่ต้องถกเถียงกันว่าจะสามารถขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความสงบเรียบร้อยได้หรือไม่

เมื่อถามว่าการที่นายพิธาถูกยื่นตีความจะมีผลต่อการพิจารณาของ ส.ว.หลายคนหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่มีผลต่อการพิจารณาของส.ว. แต่มีผลต่อการพิจารณาทั้งสภา เพราะประเด็นนี้จะมีคนยกขึ้นมาได้ว่ามาตรา 272 เขาห้ามเลือกคนที่ขาดคุณสมบัติมีลักษณะต้องห้าม ถ้าส.ส. ส.ว.ไปเลือกทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ จะทำผิดรัฐธรรมนูญ และต้องรับโทษเสียเอง ส่วนจะทำให้สถานการณ์ของรัฐสภาตึงเครียดหรือไม่ เป็นไปตามกลไกกฎหมายที่ต้องเคารพ ขณะที่องค์กรใดที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาก็ต้องทำให้กระจ่าง ไม่มีเงื่อนตาย

เมื่อถามว่าจะต้องเลื่อนโหวตนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค.หรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับรัฐสภาและสมาชิกทั้ง 750 คน ถ้าเราเลือกแล้วไม่มีปัญหาทั้งสภาฯ ก็เดินต่อไปได้ แต่ถ้าเห็นว่าเลือกแล้วมีปัญหา ก็สามารถใช้มติของรัฐสภาในการเลื่อนได้ ถ้ามีเหตุผลจำเป็นเหมาะสม เพื่อประโยชน์การทำงานของประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน