“พิธา” ชี้ไม่เป็นธรรม กกต.ไม่เรียกแจง ลั่นไม่กังวล กำลังใจยังดี ยันพรุ่งนี้ เข้าสภาตามเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พร้อมแสดงวิสัยทัศน์–ตอบทุกข้อกังวล
เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 12 ก.ค.2566 ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติการเป็นส.ส. กรณีถือครองหุ้นสื่อ ว่า คิดว่ากระบวนการในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ค.) ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ส่งกำลังใจมาให้เสมอ ตนยังกำลังใจดีอยู่
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่า สมาชิกรัฐสภาจะนำเรื่องนี้ไปเป็นปัจจัยในการโหวตนายกรัฐมนตรี นายพิธา กล่าวว่า ไม่กังวล มองเป็นเรื่องปกติ คิดว่าวุฒิสภาจะแยกแยะได้ว่าแต่ละเรื่องเป็นอย่างไร และเรื่องที่ร้องไปก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นสื่อมวลชนที่หยุดไปนานแล้ว และตนเองถือในฐานะผู้จัดการมรดก ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้อง คุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ ก็ยังมีอยู่
- ก้าวไกล แถลงซัด กกต.จงใจเลือกปฏิบัติ ส่อผิดม.157 ลั่นไม่เห็นหัวประชาชน
- ด่วน กกต.เชือด พิธา แล้ว มีมติส่งศาลรธน. ฟันพ้นส.ส. พร้อมขอสั่งหยุดทำหน้าที่
เมื่อถามว่าการที่ กกต.ไม่เรียกไปชี้แจง เป็นธรรมหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า รู้สึกว่าไม่เป็นธรรม เท่าที่ฟังการแถลงเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยเอาไปเทียบเคียงกับคดีเกี่ยวกับการกู้เงินของพรรค แต่นี่เป็นคนละรูปแบบกัน ดังนั้น ระเบียบ กกต.ควรเปิดโอกาสให้ชี้แจง รวมถึงระยะเวลาถือว่าสั้น นั่งคำนวณดูพบว่าเป็นเวลา 32 วัน ครึ่งหนึ่งของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ 1 ใน 10 ของรัฐมนตรีที่อยู่ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 4 คน
บรรทัดฐานต่างกัน ก็ดูว่าเร่งรัดเกินไป และเป็น 1 วันก่อนโหวตนายกฯ ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ตนยังเชื่อว่าเดินหน้าตามปกติ และตนยังสติดี กำลังใจดีแน่นอน ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ
เมื่อถามว่ากังวลกระแสข่าวล็อบบี้ส.ว.ไม่ให้โหวตสนับสนุนหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ดูสภาพแล้วจากการที่มีการเคลื่อนไหวนอกสภา แสดงว่าในสภามีความมั่นใจมากขึ้นว่าจะไปถึง 376 เสียง จึงใช้องค์กรอิสระข้างนอกหรือไม่ ตรงนี้ตั้งคำถามไว้ เท่าที่เขาคุยกัน ในสภาพรุ่งนี้มีแนวโน้มที่ดี แต่พอมีแนวโน้มที่ดีก็มีกระบวนการเคลื่อนไหวนอกสภาหรือไม่อย่างไร ตนก็ไม่รู้ แต่เป็นสิ่งที่เขาพูดกันในสภาเฉยๆ
เมื่อถามว่าเหลือเวลาอีก 1 วันเป็นห่วงอะไรมากที่สุด นายพิธา กล่าวว่า ไม่มีอะไรน่าห่วง คิดว่ากระบวนการยังเป็นไปตามปกติ และไม่ได้เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย ก็สามารถบริหารจัดการได้ วันพรุ่งนี้ (13 ก.ค.) ตนจะเข้าสภาตามปกติ ในการอภิปราย 6 ชั่้วโมง ตนจะตอบข้อซักถามทุกข้อกังวลใจ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ ไม่มีอะไรน่ากังวล