ไม่ผิดคาดอะไรเลย ส.ว.ส่วนใหญ่ ส.ส.พรรครัฐบาลแพ้เลือกตั้ง ร่วมกันขัดขวางไม่ให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้มาจาก 8 พรรค 312 ส.ส. 26.6 ล้านเสียง เป็นนายกรัฐมนตรี
ทั้งที่หากเป็นประชาธิปไตยจริง พรรคชนะเลือกตั้งต้องเป็นรัฐบาลไปนานแล้ว ประชาธิปไตยอะไรกัน ให้ 250 ส.ว. ตู่ตั้ง มีอำนาจโหวตนายกฯ เท่าเสียงประชาชนครึ่งประเทศ
กระนั้นก็น่าสมเพช ส.ว.บางคน อ้างตัวเป็นกลาง หรืออ้างปิดสวิตช์ ส.ว. “งดออกเสียง” บางคนโดดประชุมไปเฉยๆ เช่น 6 ผบ.เหล่าทัพที่เคยโหวตตู่
สู้พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ หลังประกาศ “ขอเป็นโจรที่รักสถาบัน” “ขอออกกฎหมายใหม่ ยิงคนที่หมิ่นสถาบันแล้วไม่ติดคุกดีหรือไม่” แล้ว ส.ส.ก็เรียงหน้า “ไม่เห็นชอบ” ทั้งหมด เช่นเดียวกับพรรคป้อมพรรคตู่ ที่อ้างหน้าตาเฉยถ้า 14 ล้านเสียงลงถนน อีก 20 ล้านก็พร้อม ทั้งที่ตัวเองได้แค่ 4.7 ล้านเสียง
สมัยหน้า พรรคที่สื่อตั้งฉายา “ภูมิใจดูด” น่าจะได้อานิสงส์เป็นพรรคอันดับหนึ่งขวัญใจคนไทย
นั่งดูการอภิปรายด้วยความประหลาดใจ ทำไม ส.ว. ส.ส.ต้องอ้างแก้ 112 อ้างความจงรักภักดี มาโจมตีพรรคก้าวไกล ทั้งที่ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ชี้ว่าความพยายามนำเอาความจงรักภักดีมาเป็นเกณฑ์โหวตหรือไม่โหวต เป็นเรื่องไม่เหมาะสม
แหม่ กกต.อุตส่าห์หาช่องให้แล้วด้วยการชี้ปุบปับว่าพิธาขาดคุณสมบัติ ส.ส. อ้างข้อนี้ก็ได้ว่าเกิดความคลุมเครือ ไม่โหวตพิธา
ยังเอาเรื่องหมิ่นเหม่มาอ้าง ยังประกาศเต็มปาก “ขอเป็นโจรที่รักสถาบัน” เพื่อขัดขวางผู้ชนะเลือกตั้ง บังควรแล้วหรือ
ควรจะพูดกันตรงๆ ดีกว่า “เราเป็น ส.ว.ตู่ตั้งมาสืบทอดอำนาจรัฐประหาร เราเป็นทหาร-ตำรวจ-ข้าราชการ ที่ร่วมกันยึดอำนาจ” หรือ “เราแพ้เลือกตั้งอเนจอนาถ ชนะตัวบุคคลเพราะระบบอุปถัมภ์ แต่แพ้ปาร์ตี้ลิสต์ยกจังหวัด ถ้าเป็นฝ่ายค้านอดอยากปากแห้ง”
อย่ามาอ้างจงรักภักดี อ้าง 112 ทั้งที่รู้ว่าไม่อยู่ใน MOU รัฐบาล พรรคก้าวไกลแค่ต้องการอภิปรายในสภา
แล้วไง ตกหลุมก้าวไกลจนได้ เคยมีที่ไหน โหวตนายกฯ ให้อภิปรายก่อน เขาล่อให้พวกคุณอภิปรายมาตรา 112 แล้วขยี้ชี้แจงด้วยเหตุผล
การลงมติไม่ผิดคาด ที่บอกว่าก้าวไกลอาจโน้มน้าว ส.ว.ได้ ไม่เป็นผล น่าสงสัยจัง งั้นทำไม กกต.ต้องลงมติ “สอย” พิธาส่งศาลรัฐธรรมนูญให้เปลือยตัวเอง กลายเป็น “พิรุธ” ปลุกความโกรธของประชาชน ก่อนโหวตนายกฯ วันเดียว
กกต.ไม่เคยพูดมาก่อนว่าจะพิจารณาคำร้องมาตรา 82 จู่ๆ ก็ยกมาสอบ ถกกัน 3 วันก่อนลงมติเอกฉันท์ ถ้าเอกฉันท์ทำไมต้องเถียงกัน 3 วัน แล้วจู่ๆ ก็ลงมติวันพุธ ส่งศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่ทันเข้าประชุม ไม่รู้ว่าศาลจะสั่งแขวนหรือไม่ ทำให้คลุมเครือ
การชี้ว่าไอทีวีเป็นหุ้นสื่อ ก็ไม่มีเหตุผล สวนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่าต้องดูผลประกอบการ สวนคำสั่งศาลปกครองสูงสุดว่าไอทีวีไม่ใช่สื่อ สวนคำสั่งศาลฎีกาเลือกตั้งว่าเมื่อไม่มีใบอนุญาต กสทช.แล้ว ไม่มีรายได้แล้ว ก็ไม่ใช่สื่อ
กกต.ไม่ได้ช่วยฝ่ายอนุรักษนิยมเลย มีแต่จุดความโกรธของประชาชนว่ากระบวนการ “นิติสงคราม” กำลังจ้องทำลายพรรคก้าวไกล ทำให้ยิ่งจับตาประเด็นที่ทนายพุทธะอิสระร้องศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกลเพราะหาเสียงแก้ 112
ถามว่า กกต. ส.ว. ส.ส.พรรครัฐบาล จะปลุกความโกรธของประชาชนลุกฮือแค่ไหน ก็ยังตอบได้ยาก เพราะการสกัดพิธารอบแรก ยังไม่ถึงขั้นล้มรัฐบาล 8 พรรค ยังมีโอกาสตั้งรัฐบาล โดยต้องกลับไปหารือกันใหม่
ขณะเดียวกัน ประยุทธ์ก็ประกาศวางมือทางการเมือง ทำให้ลดเป้าที่จะขับไล่ 250 ส.ว.ก็จะอยู่ได้อีกแค่ 10 เดือน สถานการณ์จึงอยู่ใน dilemma
แรงปะทุหรือลุกฮือชั่วขณะจึงประเมินได้ยาก เพราะไม่มีรัฐบาลให้ไล่ ฝ่ายประชาธิปไตยยังมีแนวโน้มได้ตั้งรัฐบาลใหม่ 250 ส.ว. 5 กกต. ก็ไม่แยแสประชาชนมาแต่ไหนแต่ไร
กระนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ นับถอยหลังสู่การแตกหักรอบใหม่ระหว่างอำนาจเก่ากับพลังใหม่ในสังคม ระหว่างอำนาจอนุรักษนิยมกับพลังประชาธิปไตย
ทั้งๆ ที่นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะเกิดการประนีประนอมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
พิธา-พรรคก้าวไกล ให้ความหวังประชาชนใน 3 ประเด็นหลัก หนึ่ง รื้อล้างอำนาจรัฐราชการ ซึ่งคนโกรธและเหลืออดเต็มที สอง ความเชื่อมั่นว่าจะทำงานใสสะอาด ปราบปรามทุจริต สาม นำประเทศด้วยความคิดใหม่ สร้างความภาคภูมิใจเคียงไหล่อารยประเทศ
คุณทำลายความหวังของประชาชนโดยอ้าง 112 อ้าง “คนดีปกครองบ้านเมือง” ทั้งที่ 9 ปีเต็มไปด้วยทุจริตฉ้อฉล ส.ว.หลายคนโดนคดี ทั้งที่ประชาชนเห็นประจักษ์ว่าพรรคก้าวไกลต่างหาก “คนดี” ชนะเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ไม่มีซื้อเสียง ขณะที่ประชาชนรู้ดีว่าบางพรรคชนะอย่างสกปรก
ขนาดนั้นยังกล่าวหาว่าก้าวไกลจะซื้อ ส.ว. ที่ไหนได้โดนแฉ “แจกกล้วย” แจกตำแหน่ง ไม่ให้โหวตพิธา
ข้ออ้าง “คนดีปกครองบ้านเมือง” ที่ใช้ทำรัฐประหาร ทำนิติสงคราม ใช้อำนาจแต่งตั้งมา 17 ปีนั้นพังทลายหมดแล้ว เหลือแต่ความเสื่อมศรัทธา ยังจะแถ
ปฏิกิริยาของประชาชนที่ถูกทำลายความหวังนั้น ยังประเมินไม่ได้ ยังไม่สามารถบอกว่าจะเกิดการลุกฮือ ด้วย dilemma ดังกล่าว แต่มันจะขยายไปแน่ แม้ยังไม่สามารถบอกว่าจุดแตกหักอยู่ตรงไหน แต่ก็จะไปสู่จุดแตกหักอยู่ดี
เพราะคุณทิ้งโอกาสประนีประนอมอย่างไม่หวนกลับ
พรรคก้าวไกลต้องการเปลี่ยนประเทศ พวกเขาตั้งเป้าในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่กำลังจะเป็นจริง ในรุ่นเรา
ใบตองแห้ง