พรรคเพื่อไทยขอให้พรรคก้าวไกล “ลดเพดาน” แก้ 112 “ลดท่าทีแข็งกร้าว” เพื่อร่วมรัฐบาล 8 พรรคต่อไป แม้ส่งไม้ต่อเพื่อไทยเป็นแกนนำ
เข้าใจนะ ความปรารถนาอันดับแรกของเพื่อไทย คือยังอยากร่วมกับก้าวไกล แต่ก็กังวล สว.บล็อกโหวต พรรครัฐบาลปัจจุบันก็ไม่ยอมเข้าร่วมเป็นพรรคที่ 9 ที่ 10 ตราบใดที่ก้าวไกลยังมีนโยบายแก้ 112
ดังนั้นหากเสนอชื่อเศรษฐา ก็อาจไม่ผ่าน เสนอซ้ำไม่ได้ตามมติ “เผด็จการรัฐ(วุฒิ)สภา” ถ้าเพื่อไทยจะเสนอต้องมั่นใจ 1,000%
แน่ละเพื่อไทยยังมีทางเลือกที่ง่ายกว่า คือทิ้งก้าวไกล จับมือภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา โดยยังไม่เอาพรรค 2 ลุง แต่ก็รู้แก่ใจว่า “ปนเปื้อน”
เพื่อไทยจึงขอก้าวไกลลดเพดานก่อน ถ้าไม่ได้ก็คิด 2 ทางเลือกต่อไป คือทิ้งก้าวไกลไปจับมือเปื้อน หรือ 8 พรรคร่วมเป็นร่วมตาย เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็ช่าง 10 เดือนนับถอยหลังเขย่าระบอบอำนาจให้รู้ดำรู้แดง
แต่คนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าแนวทางหลังน่าจะไม่ใช่วิถีเพื่อไทย
พรรคก้าวไกลจะลดเพดาน 112 ตามคำขอได้อย่างไร ในเมื่อก้าวไกลต้องการแค่เสนอกฎหมายเข้าอภิปรายในสภา
เข้าสภาคือถ้าเสียงข้างมากไม่ให้ผ่าน ก็จบ ทำอะไรไม่ได้ สมัยหน้าถ้าเสียงมากพอค่อยเสนอใหม่ นโยบายก้าวไกลมีแค่นี้ แล้วจะให้ลดเพดานอย่างไร เพดานต่ำอยู่แล้ว ถ้าให้ยกเลิกไม่พูดไม่คิดเรื่องนี้อีก ก็เท่ากับผิดคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชน
สว.บอกให้ยกเลิกนโยบายแล้วจะให้เป็นนายกฯ ก้าวไกลยังไม่ยอมยกเลิก เพื่อไทยจะบอกให้ลดเพดานเพื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาล?
บางคนบอกก้าวไกลควรตระหนัก 14.4 ล้านเสียงไม่ใช่ด้อมส้มทั้งหมด ไม่ใช่อยากแก้ 112 ทั้งหมด เขาเลือกเพราะหวังให้ปราบคอร์รัปชั่น ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบตรงไปตรงมา ให้ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม หรืออยากได้รัฐสวัสดิการ ฯลฯ
ใช่ครับ แต่ประชาชนเลือกเพราะเชื่อมั่นก้าวไกลในความกล้า มีแต่คนกล้าท้าทายอภิปรายตั๋วช้างเท่านั้น ที่จะปราบโกง ตรงไปตรงมา ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม เขาจึงเลือกเข้ามาโดยต้องซื้อเสียง
เมื่อไหร่ที่ก้าวไกลทิ้งความกล้า ก้าวไกลก็ไม่เหลืออะไรสักอย่าง
แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ต้องเข้าใจ เพื่อไทยไม่ได้หาเสียงเข้ามาเพื่อมุ่งหน้าท้าชน เพื่อไทยชูนโยบายแก้ปากท้อง ให้เชื่อฝีมือเศรษฐกิจ โดยตั้งเพดานทางการเมืองต่ำ หวังชนะเลือกตั้งแล้วเจรจาต่อรอง แก้ปัญหาประชาธิปไตยทีละเปลาะ
ขณะที่ก้าวไกลเดินหน้าท้าชน รื้อโครงสร้าง ชูชุดความคิดใหม่ 300 นโยบาย ประกาศ “มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง” กรีธาทัพแตกเป็นเมืองๆ ชวนด้อมส้มเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน
ถ้าเปรียบขบวนต่อสู้ ก้าวไกลคือทัพหน้า หัวหมู่ทะลวงฟัน เพื่อไทยคือทัพใหญ่ หวังดึงคนร่วมกว้างขวาง ถ้าเป็นไปตามคาด เพื่อไทยน่าจะได้ 200+ เป็นผู้นำตั้งรัฐบาลประนีประนอม ก้าวไกลได้สัก 80 เป็นตัวกระทุ้งเพดานเพื่อไทยสูงขึ้น
ที่ไหนได้ ก้าวไกลชนะ ด้วยความเหลืออด 9 ปีรัฐประหารสืบทอดอำนาจ ประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลงใหญ่ 14.4 ล้าน ปฏิเสธแนวทางดีลไปทีละขั้นแบบเพื่อไทย ซ้ำเติมด้วยความระแวง ไม่วางใจ ว่าจะจับมือป้อม “ก้าวข้ามความขัดแย้ง”
อำนาจอนุรักษนิยม รัฐราชการ กองทัพ ทุนผูกขาด นักการเมืองยี้ ตื่นตระหนก บดขยี้ทำลายก้าวไกล ทำลายความหวังประชาชน ใช้ความอำมหิต ใช้ความดันทุรัง ไม่เหลือเหตุผล ไม่เหลือกฎหมาย
แล้วจะให้เพื่อไทยเป็นตัวกลางตั้งรัฐบาล ราวกับย้อนเวลาให้เพื่อไทยชนะที่หนึ่ง ทั้งที่มันย้อนไม่ได้ 14.4 ล้านเสียงข้ามแนวทางเพื่อไทยไปแล้ว โกรธแค้นที่ใช้วิธีสกปรกทำลายก้าวไกล แล้วจะให้เพื่อไทยมาเป็นหนังหน้าไฟ
พูดกันง่ายๆ หมากที่ฝ่ายอำนาจวาง คือทำลายก้าวไกล แล้วบีบเพื่อไทยร่วมพรรครัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งจะทำลายเพื่อไทยในอีกทาง เพราะตั้งแต่ต้นก็จะโดนประชาชนร้องยี้ แม้ในช่วงแรกอาจไม่ต่อต้าน เพราะยังต้องการรัฐบาลใหม่ แต่เพื่อไทยจะเป็นหนังหน้าไฟ แบบร้อนขึ้นไปเรื่อยๆ
พวกเขาต้องการให้ประชาชนยอมจำนน ด้วยการลงโทษ สั่งสอน ทีหลังอย่าเลือกพรรคแบบก้าวไกลอีก โดยวิธีที่ทำให้ประชาชนต่อต้านได้ยาก คือให้พรรคเพื่อไทยเป็นกันชน
สมมติพิธาโดนตัดสิทธิ ก้าวไกลถูกยุบพรรค ประชาชนโกรธแต่ไม่รู้จะไล่ใคร เพราะเป็นรัฐบาลเพื่อไทย
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเพื่อไทยจะมีหน้าที่แค่รับใช้ทางเศรษฐกิจ ปฏิรูปอะไรไม่ได้เลย แม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็อาจทำไม่ได้ เพราะโดนเล่นเล่ห์ขัดขวาง
ถ้าเพื่อไทยตัดสินใจทิ้งก้าวไกลเป็นรัฐบาล ก็จะตลกร้าย ทักษิณ-ไทยรักไทย ถูกทำลายมา 17 ปี จนมีพรรคที่ทะลุเพดานกว่า ขึ้นมาเป็นเป้าแทน แล้วผู้มีอำนาจก็เลือกเพื่อไทยมาเป็นตัว Compromise เพื่อสลายพลังต่อสู้ของประชาชน
ถ้าสลายได้ ก็กลายเป็นเครื่องมือให้ประชาชนยอมจำนน ถ้าสลายไม่ได้ ก็โดนพุ่งชนก่อน หวังว่าจะไม่เลือกทางนี้