บวรศักดิ์ ยันผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. วินิจฉัย มติของสภา ทำถูกแล้ว ย้ำรัฐสภาอยู่ภายใต้รธน. จะไปเป็นอธิปัตย์ไม่ได้ เหน็บแรงใช้ความรู้สึกพูดออกไป นอกจากผิดแล้ว ยังบาปอีกด้วย
จากกรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีรัฐสภามีมติเรื่องการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในรอบที่สอง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2566 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โพสต์เฟซบุ๊ก Borwornsak Uwanno ระบุว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตาม ม.213 ซึ่งบัญญัติว่า บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ”
พ.ร.ป.ดังกล่าว บัญญัติไว้ในม. 46 ว่า “บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องมาจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพนั้น ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยคดีตามมาตรา 7(11)ได้ โดยจะต้องยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเสียก่อน ภายใน90 วันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ…….
…..การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง ต้องระบุการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของตนโดยตรงให้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำใดและละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของตนอย่างไร”
นอกจากนั้นขอให้ท่านที่สนใจโปรดไปดู
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่4/2563 ที่ผู้ตรวจฯไม่ส่ง แต่ผู้รองยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเอง คดีนี้ศาลเห็นว่าสิทธิของผู้ร้องถูกละเมิด และปอ. กำหนดความผิดฐานทำให้แท้งลูกขัดต่อรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยที่7/2563 ซึ่งผู้ร้องมีบิดาเป็นคนเนเทอร์แลนด์ มารดาเป็นคนไทย ถูกคำสั่งรมว.มหาดไทยและตม. ห้ามเข้าเมือง ไปยื่นผู้ตรวจฯๆพิจารณาเกิน 60 วัน ผู้ร้องจึงมายื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรับและวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญที่ห้ามเนรเทศคนไทยหรือห้ามคนไทยเข้าประเทศ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่5/2564 ที่ผูตรวจฯยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ามติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดขัดรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยที่7/2564 ที่ผู้ตรวจฯยื่นคำร้องว่าผู้เข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกตัดสิทธิ์โดยมติกรรมการสรรหาขัดต่อรัฐธรรมนูญ
การที่ผู้ตรวจฯส่งศาลรัฐธรรมนูญจึงทำถูกแล้ว เพราะเขาทำตามหน้าที่ ส่วนที่นักการเมืองลากตั้งบางคนตีโพยตีพายก็ต้องปล่อยไปเพราะนั่นคือวิสัยเขา ส่วนที่บอกว่ารัฐสภาเป็นอธิปัตย์นั้น พูดไปเพราะมัวเมาในอำนาจ (ที่ไม่มีอยู่จริง) รัฐสภานี้สถาปนาขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ ต้องอยู่ใต้รัฐธรรมนูญที่ให้กำเนิดตน จะไปเป็นอธิปัตย์ไปไม่ได้ ต้องอยู่ใต้รัฐธรรมนูญและนิติธรรม
“จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เพื่อจะเรียนท่านทั้งหลายว่า ถ้าผมไม่มี“ความรู้” ผมจะไม่ใช้ ”ความรู้สึก” พูดออกไปเพราะนอกจากผิดแล้ว ยังทำให้คนอื่นผิดตามไปด้วย บาปนะครับ โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้นำความคิด ผมจึงขอให้ท่านที่ชอบโซเชียลมีเดีย เชื่อกาลามสูตรที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ดีกว่า อย่าไปเชื่อคนพูดโดยเฉพาะคนที่พูดแต่ความรู้สึก” นายบวรศักดิ์ ระบุ