กลุ่มตัวแทนสาขา ปชป. อีสาน โต้ “เฉลิมชัย” ยัน มีจิตสำนึก ขอใช้อารยะขัดขืน ไม่ร่วมประชุม ชี้ไม่ต้องการให้พรรคตกอยู่ในมือคน 21 คน
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2566 กลุ่มตัวแทนสาขา และเขตเลือกตั้ง ภาคอีสาน ประชาธิปัตย์ (ปชป.) จำนวน 21 คน ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ประกาศเลิกเล่นการเมืองไปแล้ว ได้ออกมาแถลงข่าวภายหลังที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยกล่าวหาว่า ผู้ที่ไม่มาประชุม และผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่มีจิตสำนึกรักประชาธิปัตย์
พวกเราขอชี้แจงว่า พวกเราเป็นกลุ่มที่รักและหวงแหนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะต้องการรักษาพรรคนี้ให้เป็นสถาบันหลักของประเทศชาติ ประชาชน และเพื่อชาวประชาธิปัตย์ทุกคน มากกว่าที่จะให้พรรคการเมืองนี้ตกเป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาอำนาจทางการเมืองจากบุคคล หรือกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม
เพราะฉะนั้นการที่พวกเราไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ใช่เพราะขาดจิตสำนึก แต่เป็นเพราะพวกเรามีจิตสำนึกที่สูงมากพอที่จะรู้ว่า พรรคกำลังจะถูกกลุ่มบุคคล นำพาไปสู่ทิศทางใด ซึ่งเป็นทิศทางที่เราไม่เห็นด้วย เราจึงใช้วิธีการอารยะขัดขืน ซึ่งเป็นวิธีการสากลที่นานาอารยะประเทศ รวมทั้งรัฐสภาของไทยได้ใช้มา เพื่อปฏิเสธวิธีการที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย
อดีตเลขาฯ อาจจะผิดหวังที่ไม่สามารถดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามที่ท่านและกลุ่มของท่านต้องการได้ พวกตนก็ไม่สบายใจ ที่จะให้สถาบันการเมืองแห่งนี้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มบุคคลเพียงแค่ 20-21 คน ซึ่งมีน้ำหนักการโหวตคะแนนถึง 70% ในขณะที่ อดีตหัวพรรค 4 คน อดีตนายกฯ 2 คน และอดีต สส. นับร้อยคน กลับมีคะแนนแค่เพียง 30% ซึ่งเรามองว่าเป็นขบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
เราจึงขอเรียกร้องด้วยเหตุผล 2 ข้อ คือ 1.ให้มีการแก้ไขข้อบังคับในสัดส่วนการลงคะแนน ซึ่งเคยเสนอมาแล้วในการประชุมครั้งแรก แต่กลุ่มของท่านไม่เห็นด้วย และ 2.เราขอแสดงจุดยืนตามที่ ท่านชวน หลีกภัย และท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่จะไม่นำพาพรรคเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อรักษาเกียรติภูมิของพรรคต่อไป
“พวกเราทุกคนยินดีที่จะเข้าร่วมประชุม หากมีการแก้ไขข้อบังคับที่ให้น้ำหนัก คะแนน สส. 70% และให้องค์ประชุมอื่นๆ แค่ 30% หรืออัตราส่วนคือ 30 คน ของโหวตเตอร์ทั้งหมดต่อ สส. เพียงคนเดียว และ สส. ส่วนใหญ่เพิ่งเป็น สส. สมัยแรก เราจึงไม่สามารถฝากอนาคตของพรรคไว้กับคนเพียง 20 กว่าคนได้
แต่เรายินดีจะร่วมประชุมทุกครั้งด้วยน้ำหนักการโหวตเตอร์ที่เท่าเทียมกันคือหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะเราถือว่าทุกคนที่เป็นองค์ประชุมมีสถานะที่เป็นชาวประชาธิปัตย์ที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่องค์ประชุม 30 คนเทียบเท่ากับ สส. เพียงแค่หนึ่งคน เราจึงขอแสดงจุดยืนด้วยจิตใจที่สงบ มั่นคง และยึดมั่นที่ต่ออุดมการณ์ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อประชาชนและชาวประชาธิปัตย์ทุกคน” กลุ่มตัวแทนสาขา ระบุ