รอยร้าว ‘ตู่-ป้อม’ สว.เสียงแตก สายประยุทธ์ เห็นชอบ ดัน เศรษฐา นั่งนายกฯ ฟากประวิตร งดออกเสียง เจ้าตัว-น้องชาย ไม่มาร่วมโหวตด้วย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ส.ค.2566 ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภา มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นครั้งที่สาม โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม

ต่อมาเวลา 15.15 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้ตรวจสอบองค์ประชุม ซึ่งปรากฎว่าครบองค์ประชุม 705 คน จากนั้นได้เริ่มให้ลงมติโดยเปิดเผย ด้วยการขานชื่อเรียงตามตัวอักษร ซึ่งมีสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 747 คน โดยจะต้องได้รับคะแนนเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งคือ 374 เสียง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

โดยเมื่อเวลา 16.45 น. ผลปรากฎว่าเมื่อขานชื่อลงคะแนนผ่านไป 615 คน พบว่า ลงคะแนนเห็นชอบ 376 เสียง โดยเป็น ส.ส. 255 เสียง และ ส.ว. 127 เสียง ถือว่า นายเศรษฐา ได้รับเลือกเป็นนายกฯ คนที่ 30 อย่างแน่นอนแล้ว

อย่างไรก็ตามการโหวตครั้งนี้ พบว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมแต่อย่างใด เช่นเดียวกันกับ พลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ส.ว. น้องชาย พล.อ.ประวิตร ไม่มาร่วมโหวตด้วยเช่นกัน ขณะที่ สว.สายทหาร เพื่อน เตรียมทหาร รุ่น 6 ในสายของ พล.อ.ประวิตร ต่างพร้อมใจกันงดออกเสียง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขณะเดียวกัน สว.สายทหารเสือราชินี และ เตรียมทหาร รุ่น 12 ในสายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมไปถึง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ ต่างโหวตเห็นชอบให้นายเศรษฐา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน