ปดิพัทธ์ ลั่น ไม่ลาออกรองประธานสภา เผย รอมติพรรคชี้ขาด ปมผู้นำฝ่ายค้าน เมิน โดนติงแต่งกายไม่เรียบร้อย-เลี้ยงหมูกระทะแม่บ้าน
เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 24 ส.ค. 2566 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวถึงความชัดเจนว่าจะลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาฯ หรือไม่นั้น ว่า ตนคิดว่าการจัดตั้งรัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับงานของนิติบัญญัติ เนื่องจากเป็นเอกเทศต่อกัน
นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ มาจากการลงมติของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งโปรดเกล้าฯ เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น ตนคิดว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันกับการจัดตั้งรัฐบาล และไม่ได้มีรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับสภาฯ ใดๆ ที่ระบุว่าต้องออกหรือย้าย
เมื่อถามว่าการที่พรรคก้าวไกลต้องเป็นฝ่ายค้านจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ประธานทั้ง 3 ตำแหน่งต้องมีความเป็นกลาง ในการอำนวยการประชุมให้กับทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ดังนั้น สามารถทำหน้าที่ได้ไม่ว่ามาจากพรรคไหน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคก้าวไกลจะยกตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นั้น จริงหรือไม่ นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้อยู่ในวงเจรจา และไม่ได้เป็นกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคก้าวไกล ฉะนั้น หากพรรคฝ่ายรัฐบาลมีความชัดเจนแล้ว พรรคฝ่ายค้านก็ต้องมีความชัดเจนว่าจะดำเนินงานของพรรคฝ่ายค้านอย่างไร
เมื่อถามว่าตำแหน่งรองประธานสภาฯ มีความสำคัญในการขับเคลื่อนกฎหมายต่างๆ ของพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า จากที่ตนได้แสดงวิสัยทัศน์ของรองประธานสภาฯ ซึ่งไม่ใช่มาทำหน้าที่ให้พรรคใดพรรคหนึ่ง ตนมาทำหน้าที่ให้สภาฯ โปร่งใสและสมรรถนะสูง การมีตนอยู่ในตำแหน่งนี้มีประโยชน์กับประเทศแน่ๆ แต่ถ้าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนก็ไม่ได้เป็นสาระสำคัญ เพราะทุกตำแหน่งล้วนเป็นตำแหน่งที่สำคัญ ฉะนั้น เราจึงทำตรงนี้ให้ดีที่สุดก่อนแล้วรอมติของพรรคฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลมีการชั่งน้ำหนักระหว่าง 2 ตำแหน่งอย่างไร นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายก็ต้องชั่งน้ำหนักก่อน เพราะไม่ว่าจะเลือกอย่างไรก็มีผลลัพธ์และความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่พรรคจะหารือ
เมื่อถามว่าจะรอความชัดเจนเรื่องนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก่อนหรือไม่ นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และรอทำตามมติของพรรค ไม่ได้มีการเตรียมเซ็นเอกสารใบลาออกแต่อย่างใด และไม่กังวลว่าตนจะถูกท้วงติงตลอด เพราะการเมืองในสภาฯ ก็คงเป็นไปไม่ได้ ที่ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะไม่มีการตอบโต้ถกเถียงกันในเรื่องต่างๆ ฉะนั้น ตราบใดที่ตนยังยึดข้อบังคับอยู่ และดำเนินไปตามระเบียบของรัฐสภา ก็ไม่ได้กังวลอะไร
เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรกับการถูกท้วงติง เรื่องการจัดเลี้ยงหมูกระทะและการแต่งกายไม่สุภาพ นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ตนมองเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ได้มีประเด็นอะไร เมื่อถามว่ามองเป็นการถูกโจมตีทางการเมืองหรือไม่ นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้ และเป็นการประท้วงตามข้อบังคับ แต่ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่เล็กน้อย ทั้งทางระเบียบและทางสาธารณะ
ทั้งนี้ นายปดิพัทธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ยังอยู่นะ”