ยิ่งชีพ ประกาศ ปิดรับรายชื่อ #conforall คาดยอดทะลุ 2 แสน ส่งเสียงถึง ครม.ชุดใหม่ ประชาชนเรียกร้องประชามติ-เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ จัดแคมเปญ “เขียนใหม่ทั้งฉบับ เลือกตั้ง 100%” #conforall ซึ่งเป็นกิจกรรมรณรงค์ เพื่อร่วมผลักดันการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยหลายองค์กร อาทิ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw), คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.)
โดยตั้งเป้าหมายเชิญชวนประชาชนเข้าชื่อให้ครบ 50,000 ชื่อ เพื่อเสนอคำถามสำหรับการทำประชามติ ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ไม่สามารถนำรายชื่อที่รวบรวมผ่านช่องทางออนไลน์ไปเสนอคำถามประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ทางกลุ่มฯ จึงขอแรงประชาชนร่วมกันลงรายชื่อใหม่อีกครั้งบนกระดาษ ตามจุดต่างๆ ที่มีการตั้งบูธ โดยต้องได้ 50,000 รายชื่อตามเป้า ภายในวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งได้ทะลุเป้าหมายเป็นที่เรียบร้อย
ล่าสุด นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ (iLaw) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า แถลงการณ์ส่วนตัว 27 ส.ค. 2566 #conforall เริ่มเครียดขึ้น หลังรายชื่อทะลุๆๆๆ แต่คนทำงานตรงกลางไม่รู้จะเอายังไงต่อดี ขอแจ้งให้ทุกคนที่ร่วมลงชื่อกันมามหาศาลทราบตรงนี้อีกครั้ง ตอนนี้ปิดรับรายชื่อเพิ่มแล้วนะครับ ประกาศปิดเมื่อคืนวันที่ 25 ส.ค. เวลา 20.00 น. เพราะต้องให้เวลาในการจัดทำเอกสารหลังบ้านอีกด้วย
แต่คนที่ส่งไปรษณีย์วันศุกร์ อัดกันเข้ามาวันเสาร์แล้วมากกว่า 50,000+ และวันนี้จะไปรับเพิ่มน่าจะหลักหมื่น และจากที่ส่ง tracking number มาถามกันใน inbox มากมาย จึงคาดว่าจะมีหลงเหลือมาวันจันทร์อีกไม่ใช่น้อย ผมเดาว่า ยอดลงชื่อกระดาษในเวลาสามวัน อาจทะลุ 200,000 ได้
แน่นอนว่าเราต้องการให้ทุกรายชื่อ ทุกเสียง ถูกนับและยื่นเข้าระบบอย่างเป็นทางการ แต่ระบบหลังบ้านของเราที่ออกแบบไว้ก่อนหน้านี้ คือ จังหวะแรก สำหรับรับทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ รวม 50,000+ ต่อมาจังหวะสองออกแบบคร่าวๆ ไว้รองรับกระดาษ 50,000+ เพื่อยื่นให้ทันวันจันทร์ แต่เราไม่มีทางออกแบบระบบสำหรับการรองรับรายชื่อมากกว่าที่คาดหมายไว้ 4 เท่าได้
ทีมหลังบ้าน มีคนนั่งคิด ออกแบบ และลงมือหลายชีวิต ที่ทำงาน 5 วันที่ผ่านมา มากกว่า 70 ชั่วโมง และพร้อมจะทำไปต่อ มีนักคอมพิวเตอร์หลายศาสตร์หลายสาขา ทำงานทั้งในออนไลน์ ในออฟฟิศไอลอว์ และออฟฟิศอื่นๆ หลายแห่ง เพื่อจัดการระบบ ชนิดที่อาจารย์มะนาว โค้ชคอมพิวเตอร์โอลิมปิก ก็ยังมาช่วยตัดซองจดหมาย เพราะคิดระบบที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว
เมื่อวานมีคนมาช่วยกรอก Excel หน้างานประมาณ 50+ คน เท่าที่ออฟฟิศใหม่ห้าชั้นจะมีพื้นที่รองรับได้ จนแทบจะต้องนั่งในห้องน้ำ และยังมีที่ออฟฟิศเพื่อนๆ อื่นอีกบ้าง จากที่ iLaw เคยซื้อเก้าอี้ไว้เพื่อไปออกงานหน้าสนามกับทำพื้นที่ให้เช่าห้องประชุมรวม 35 ตัว เมื่อวานใช้ครบ และยังซื้อโต๊ะพลาสติกเพิ่มอีก 5 ตัว วางเข้าไปจนไม่มีที่จะตั้งแล้ว
มีคนถามว่า ต้องการอาสาเพิ่มไหม ผมคิดว่าจริงๆ แล้วต้องการ แต่พื้นที่รองรับได้จำกัด จึงขอให้ต้องทักมาสอบถามก่อนที่จะเข้ามาทุกคน ยังมีคนมากมายมาถามว่าอยากช่วยอยู่บ้าน ให้ส่งภาพให้ช่วยกันกรอกข้อมูลเป็น Digital ผมตัดสินใจด้วยความยากลำบากใจ และตัดสินใจว่า “ไม่ได้” เพราะข้อมูลเลขบัตรประชาชน ชื่อ นามสกุล เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของคนเป็นแสน
ถ้าสแกนส่งออนไลน์แล้วข้อมูลรั่วไหล นอกจากเป็นการละเมิดสิทธิของเขาแล้ว เราทราบและยอมรับว่า จริงๆ ที่ต้องใช้คนหลายสิบมานั่งอ่านข้อมูล เพื่อกรอกที่ออฟฟิศ ก็คือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่น ก็ต้องขอโทษ และขอความเข้าใจในประเด็นนี้ด้วย เพราะ กกต. สั่งมาให้ทำแบบนี้จริงๆ ตอนนี้ความช่วยเหลือยังคงล้นหลาม แต่เรายังหาวิธีการแปรเปลี่ยนความช่วยเหลือการสนับสนุนให้เป็นความสำเร็จไม่ได้ ซึ่งเราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด
ประเด็นต่อมา คือ เขาจะตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสร็จกันเมื่อไร ไม่มีทางรู้ได้เลย เสร็จช้าไม่ดีแน่ และถ้าเขาตั้งเสร็จเร็ว เช่น ต้นสัปดาห์หน้า แล้วรอพระบรมราชโองการแต่งตั้งเริ่มประชุมต้นเดือน ก.ย. ตามกำหนดนี้จริง แล้วเราจะทำเสร็จได้ยังไง? ในเมื่อกองเอกสารมากมายขนาดนี้ หรือถ้ามีปาฏิหาริย์ประชาชนอีก ช่วยกันจนเสร็จมันวันพรุ่งนี้เลย ก็ไม่รู้ว่าไรท์ซีดีไปยื่นให้กกต. แล้วกกต. จะหาที่เปิดแผ่นเจอวันไหน จะเอาข้อมูลทั้งหมดไปตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องได้เสร็จวันไหน เพราะนี่เป็นเรื่องใหม่ที่เขาเองก็ไม่เคยทำมาก่อน และถ้าให้เราทำออนไลน์ได้ตั้งแต่แรกก็ง่ายทุกฝ่ายไปแล้ว
ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ ต้องให้คนที่กำลังจะเป็นครม.ใหม่รอบนี้ ได้ยิน รับรู้ และเรื่องนี้อยู่ในหัวสมองของพวกเขา อยู่บนโต๊ะของพวกเขา แม้ว่า กกต. จะไม่ยอมทำให้เสร็จ และส่งไปอย่างเป็นทางการ เขาต้องได้ยินว่าประชาชนเรียกร้องประชามติ ที่ตั้งคำถามอย่างครอบคลุมครบถ้วนสมบูรณ์ ถ้าจะให้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ต้องเขียนใหม่กัน “ทั้งฉบับ” ถ้าจะให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ก็ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% ถ้าแตกต่างไปจากนี้ คือผิดไปจากเจตจำนงที่เกิดบรรทัดฐานใหม่ของสังคมขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
“ผมคงไม่มีเวลามากนักในการออกแบบและทำงานสื่อสารรณรงค์สาธารณะ เมื่อวานตัดซองจดหมายอยู่สักพักก็หมดแรงเลยต้องเรียกอาสามาช่วยทำต่อ วันนี้จะเกิดความท้าทายอะไรขึ้นอีกบ้างยังไม่รู้เลย จึงต้องฝากความหวังไว้ว่า “เขียนใหม่ทั้งฉบับ เลือกตั้ง100%” จะดังขึ้นในสองสามวันนี้ได้ ด้วยแรงพลังการสื่อสารที่เจ้าของ 200,000 รายชื่อจะลุกขึ้นมาส่งเสียงต่อด้วยกันอีกครั้งนึง เพื่อให้ครม.ใหม่ได้ยินและรับไปพิจารณา” นายยิ่งชีพ ระบุ