เปิดเงื่อนไขใช้ ‘เงินดิจิทัล’ 1 หมื่น ร้านค้าเล็ก-ใหญ่ เติมน้ำมัน ใช้ได้หมด แถมไม่ต้องลงทะเบียนพิสูจน์ความจน คาดสะพัด 2 ล้านล้านบาท
6 ก.ย. 2566 – นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า การจ่ายเงินดิจิทัล หรือ ดิจิทัลวอลเล็ท 1 หมื่นบาท ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ไม่ใช้แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง จะดำเนินการได้ภายในวันที่ 1 ก.พ. 2567 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้คนไทยกลับบ้านไปใช้จ่าย เป็นการปั๊มหัวใจเศรษฐกิจครั้งใหญ่ให้โงหัวขึ้น เพื่อที่จะดำเนินมาตรการเศรษฐกิจอื่น ๆ ต่อเนื่อง
โดยจะใช้วงเงิน 5.6 แสนล้านบาท จากหลายส่วน เช่น งบประมาณ การนำวงเงินที่ใช้ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาใช้แทน การจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายอย่างน้อย 4 รอบ มีผลต่อเศรษฐกิจ 2 ล้านล้านบาท
สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการดิจิทัลวอลเล็ท ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป จะได้สิทธิ์ทั้งหมด 56 ล้านคน ยึดที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เบื้องต้นให้ใช้จ่ายกับร้านค้าในรัศมี 4 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างเพิ่มรัศมีให้เหมาะสม ไม่ต้องมีการพิสูจน์ความจน เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าข้อมูลลงทะเบียนไม่ตรงความเป็นจริง
ดังนั้นครั้งนี้จึงไม่ต้องลงทะเบียน จะใช้วิธีการโหลดแอปพลิเคชันขึ้นมาใหม่ ในรูปแบบของซุปเปอร์แอพ เพื่อให้คนไทยทุกคนมีกระเป๋า 2 ใบคือ กระเป๋าเงินสด และ ดิจิทัลวอลเล็ท ส่วนกลุ่มเปราะบาง เช่นผู้สูงอายุ กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ผู้ป่วยติดเตียง ผู้อยู่พื้นที่ห่างไกล เป็นต้น ก็จะต้องยืนยันตัวตนผ่านธนาคารของรัฐ เพื่อรับคิวอาร์โค้ดสำหรับการใช้จ่ายในโครงการ แทนการใช้แอพพลิเคชัน
วิธีการใช้จ่าย เงินจำนวน 1 หมื่นบาท จะถูกโอนเข้าบัญชีในดิจิทัลวอลเล็ทของทุกคน เป็นสิทธิ์ในการใช้จ่าย มีมูลค่าสิทธิ์เทียบเท่ามูลค่าเงินบาท คือ 1 บาทดิจิทัล เท่ากับ 1 บาท ผู้ได้รับสิทธิ์จะรับเงินดิจิทัลเพียงครั้งเดียว มีระยะเวลาใช้จ่าย 6 เดือน สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าได้ทั้งหมด ร้านโชว์ห่วย ร้านสะดวกซื้อ ห้างแม็คโคร รวมถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และสินค้าทุกชนิด เช่น สถานีบริการน้ำมัน โดยห้ามใช้เงินดิจิทัลกับสินค้าอบายมุข และการชำระหนี้เท่านั้น เพื่อต้องการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียน
ส่วนการนำเงินดิจิทัลแปลงเงินสด ให้สิทธิ์เฉพาะร้านค้าที่อยู่ในระบบฐานภาษีเท่านั้น เช่น นายเอ ที่ได้สิทธิ์ ไม่สามารถขึ้นเงินสดได้ ต้องไปซื้อของจากร้านค้าเท่านั้น เช่นร้านบี แต่ถ้าร้านบี ไม่ได้อยู่ในฐานภาษี ร้านบี ต้องนำเงินดิจิทัลไปลงทุนซื้อของมาจาก กับร้านที่รับเงินดิจิทัลเท่านั้น เช่น ร้านซี และหากร้านซี อยู่ในระบบภาษี ร้านซีก็สามารถแปลงเงินดิจิทัล ออกมาในรูปของเงินสดได้ และสามารถถอนเป็นเงินสด ได้ที่ธนาคารของรัฐเท่านั้น ซึ่งส่วนนี้ ยืนยันว่าติดขัดกับกฎหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะไม่ได้เป็นการสร้างสกุลเงินใหม่