พรรคเพื่อไทยเร่งก้าวข้ามโหมดถูกประณาม “เสียสัตย์” ละทิ้งจุดยืนอุดมการณ์ ไปสู่การเป็นรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเร็วที่สุด “ไม่มีเวลาฮันนีมูน” เพื่อสร้างกระแสนายกฯ เศรษฐาจะทำโน่นทำนี่ รัฐมนตรีมีไอเดียอะไรบ้าง ฯลฯ เพื่อให้สังคมลืมภาพลบ ยอมรับการ “นับหนึ่งใหม่”

กระนั้นก็ยังติดลบอย่างช่วยไม่ได้ จาก 2 ประเด็นใหญ่

หนึ่งคือ ความจำเป็นต้องพึ่งเครือข่ายประยุทธ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ และ สว. เป็นกำลังหลักโหวตเศรษฐาเป็นนายกฯ ทำให้ต้องปรับจุดยืนท่าทีต่อกองทัพ ต่อรัฐประหารสืบทอดอำนาจ ต่อรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งเพื่อไทยวิพากษ์หนักหน่วงมา 4 ปี

ทหารมีไว้ทำไม? เศรษฐาบอก “น่าเสียดาย ที่กองทัพก็ทำอะไรดีๆ เยอะ ต้องให้ความเป็นธรรมกับกองทัพด้วย หากปรับเรื่องการสื่อสารให้ดี ประชาชนก็จะทราบเรื่องดีๆ ที่กองทัพทำ”

ทำให้โดนโต้ทันที กองทัพมีทีวีวิทยุของตัวเอง มี กอ.รมน.อบรมเด็กอบรมครูอบรมข้าราชการ

เลิกเกณฑ์ทหารไหม จริงๆ ก็เชื่อ “บิ๊กทิน” จะพยายามทำ แต่ “สนามไชย 1” ไม่ควรพูดว่า สังคมมีทัศนคติเชิงลบต่อทหารเกณฑ์ ยังติดภาพเดิมๆ ว่าระบบการฝึกทารุณโหดร้าย จริงๆ มีเคสไม่มากแต่เป็นข่าวเยอะ พูดอย่างนี้แล้วจะเลิกเกณฑ์ทหารทำไม

นี่ไม่ใช่จ้องจับผิดถ้อยคำ แต่มันสะท้อนว่า เพื่อไทยต้องกลืนคำที่เคยวิพากษ์วิจารณ์กองทัพและรัฐประหารมา 17 ปี วิพากษ์วิจารณ์ประยุทธ์มา 9 ปี

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อไทยยังต้องเกรงใจประยุทธ์ ไม่สามารถโละรื้อล้างตรวจสอบ “รัฐบาลที่แล้ว” ซึ่งกลายเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อไทยเกือบหมด

เพื่อไทยจะทำได้ดีกว่าประยุทธ์ แต่ด่าประยุทธ์ไม่ได้ เปรียบเทียบไม่ได้ ไล่รื้ออะไรก็ไม่ได้ ต้องปล่อยประยุทธ์ลอยนวล เพราะเครือข่ายประยุทธ์ทำให้ได้เป็นรัฐบาล

สอง เพื่อไทยถูกไล่จี้ทวงถามนโยบายที่ประกาศไว้ จะทำอะไรบ้างไม่ทำอะไรบ้าง ในปัญหาความชัดเจน หรือความไม่เชื่อมั่น เช่น “หนึ่งครอบครัว หนึ่งซอฟต์เพาเวอร์” ซึ่งอันที่จริงก็ไอเดียดี จะตั้ง THACCA ขึ้นมาผลักดัน

แต่การจัดสรรตำแหน่งผิดฝาผิดตัว รัฐมนตรีวัฒนธรรมกลายเป็น เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตปลัดมหาดไทยผู้อวดผลงานเคยปราบคอมมิวนิสต์มาก่อน คนรุ่นใหม่จึงสงสัย เข้าใจคำว่าซอฟต์เพาเวอร์ตรงกันหรือไม่

รถไฟฟ้า 20 บาท ยังทำไม่ได้ พอเข้าใจเพราะต้องใช้เงินเยอะ ในขณะที่จะทำเงินหมื่นดิจิทัล แต่ตอนหาเสียงก็น่าจะรู้ว่าเงินไม่พอ

เงินหมื่นดิจิทัล จะเอาเงิน 5.6 แสนล้านจากไหนยังไม่มีคำตอบชัดเจน

นี่ยังไม่พูดถึงนโยบายทางการเมือง เช่นแก้รัฐธรรมนูญ สว.ตั้งป้อมค้าน

รัฐบาลเพื่อไทยจะถูกวัดผลงานจากการเปรียบเทียบ 4 ด้าน ซึ่งลำบากทุกข้อ

หนึ่ง เปรียบเทียบรัฐบาลประยุทธ์ ชนะแหงๆ ขี้หมูขี้หมาก็ดีกว่า แต่เอามาคุยข่มไม่ได้ เพราะต้องเกรงใจประยุทธ์

สอง เปรียบเทียบกับคำพูดตอนหาเสียง ตอนเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งศัตรูสำคัญของพรรคเพื่อไทย คือโพสต์ของ เพื่อไทยในอดีต

สาม เปรียบเทียบกับรัฐบาลไทยรักไทย ซึ่งสร้างเครดิต “ประชาธิปไตยกินได้” มายาวนาน แต่รัฐบาลเพื่อไทยไม่ใช่ไทยรักไทย ซึ่งมีความเข้มแข็ง พรรคเพื่อไทยไม่เคยเป็นรัฐบาลโดยมีเสียงน้อยกว่าพรรคร่วมรัฐบาล

ในปี 2544 ไทยรักไทยคือความก้าวหน้าแห่งยุคสมัยนำเสนอนโยบายใหม่ๆ วิธีคิดวิธีการทำงานใหม่ๆ จนชนะเลือกตั้งทุกครั้ง แต่ไม่ใช่ครั้งนี้

สี่ รัฐบาลเพื่อไทยยังถูกเปรียบเทียบกับรัฐบาลพิธา 8 พรรค ในจินตนาการ ซึ่งไม่มีทางเอาชนะ

เพราะมันอยู่ในความฝันความหวัง พิธาเป็นนายกฯ อาจล้มเหลวก็ได้ แต่คุณไม่มีทางรู้ เพราะเขาไม่ได้โอกาสพิสูจน์ กระนั้นพิธาก็ยังเป็น “นายกฯ” ในหัวใจคนมากกว่า 14 ล้าน

ไม่ว่าเพื่อไทยทำผลงานดีอย่างไรก็ตาม Voters ที่จริงจังกับก้าวไกล ก็จะจดจำว่าเขาถูกปล้นความฝันความหวัง ที่จะเปลี่ยนประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน