ถกนโยบายวันที่สอง นายกฯ ลั่นรัฐบาลให้ความสำคัญแก้ปัญหายาเสพติด ไม่น้อยกว่าแก้ปากท้อง เตรียมประชุม กก.บูรณาการแก้ปัญหาระยะสั้น-กลาง-ยาว
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.ย.2566 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 เป็นวันที่สอง โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
น.ส.ชนก จันทาทอง สส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย อภิปรายประเด็นปัญหายาเสพติดว่า สถานการณ์ยาเสพติดทั่วโลก ในปี 2563 มีประชากรโลก 284 ล้านคน ที่ใช้สารเสพติด ส่วนระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก ในปี 2654 จับกุมยาบ้าได้ 1,000 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 79 ตัน ขณะที่ไทย ปี 2564 จับกุมยาบ้าได้ 592 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 2.2 หมื่นล้านกิโลกรัม สูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก
วันนี้ยาเสพติดเข้าถึงระดับครอบครัว ชุมชน เนื่องจากไทยล้มเหลวในการปราบปรามจับกุม และบำบัดยาเสพติด จากคำแถลงนโยบายต่อการแก้ปัญหาเรื่องนี้จะใช้แนวทางป้องกัน ปราบปราม และบำบัด ตนขอให้ดำเนินการอย่างกระชับ ยึดหลักผู้เสพเป็นผู้ป่วย ต้องได้รับการรักษาจนออกมาประกอบอาชีพได้ ที่ผ่านมามีอดีตผู้นำประเทศเคยปราบปรามกระชับเด็ดขาดใช้เวลาเพียง 3 เดือนก็แก้ปัญหาได้ วันนี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จึงเป็นความหวังขอให้แก้ปัญหาเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน สว. อภิปรายเสนอแนะให้รัฐบาลปรับกรอบเวลาแก้ปัญหายาเสพติด จากที่กำหนดไว้ในกรอบระยะกลาง และระยะยาว เป็นกรอบระยะสั้น เพื่อให้ทำได้ทันที โดยเฉพาะการกำหนดนิยาม ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย ต้องทำความเข้าใจที่ชัดเจน ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระดับนโยบาย ปัจจุบันมีคณะกรรมการดำเนินการทั้งส่วนกลาง และพื้นที่
ทั้งนี้ ตนมองว่าองค์กรที่สำคัญ และมีบทบาทมาก คือ คณะกรรมการหมู่บ้านที่จะช่วยคัดกรองผู้เสพว่าเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ผู้ที่เสพยา และได้รับการบำบัดแล้ว จะทำอย่างไรเพื่อให้ใช้ชีวิตหรือคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ร่วมสังคมได้ไม่เป็นปัญหาสังคม
จากนั้นเวลา 09.35 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ชี้แจงว่า เรื่องปัญหายาเสพติดถือว่าสำคัญมาก ตั้งแต่ลงพื้นที่ไปตามจังหวัดต่างๆ มีการเรียกร้องจากประชาชนเรื่องนี้อย่างมากไม่ด้อยไปกว่าปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เรื่องผู้เสพเป็นผู้ป่วย เราดำเนินการแน่นอน และเมื่อหายแล้วเราจะทำอย่างไรที่จะส่งเขากลับคืนอ้อมกอดของครอบครัว ออกไปประกอบอาชีพได้โดยไม่กลับมาเสพอีก
ส่วนการดำเนินการกับผู้กระทำผิด เรื่องการยึดทรัพย์ ยังเป็นปัญหาอยู่ เราตระหนักถึงเรื่องการยึดทรัพย์โดยเร็ว การทำลายล้างยาเสพติดที่ยึดจับได้ แต่กระบวนการเผาหรือทำลายล่าช้า เราก็ตระหนักถึงปัญหานี้ดี จึงอาจมีแผนระยะสั้นเพื่อเร่งรัด ยืนยันว่า เราให้ความสำคัญสูงสุดให้สถาบันครอบครัวกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
“เรื่องยาเสพติดมีความสำคัญ แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร อย่างไรก็ตาม อาทิตย์นี้จะประชุมคณะกรรมการทั้งหมด และจะวางแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว และจะแถลงต่อประชาชนอีกครั้ง” นายกฯ กล่าว