‘ศักดิ์ดา’ สส.เพื่อไทย เสนอรัฐบาลแก้ภัยแล้ง-ฝุ่น PM2.5 ใช้ระบบน้ำฟื้นฟูป่า-ลดเขาหัวโล้นภาคเหนือ เร่งโครงการน้ำบาดาล เชื่อชาวชนบทหยุดแห่หางานทำในเมือง

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2566 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เขต 4 อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาสภาพอากาศอันแปรปรวนว่า ในหนึ่งปีประเทศไทยมีฝนตกลงมาประมาณ 8 แสนล้านลูกบาศก์เมตร โดย 15% หรือประมาณ 1 แสนล้านลูกบาศก์เมตร จะซึมลงใต้ดิน หรือชั้นน้ำบาดาล

นายศักดิ์ดา กล่าวต่อว่า อีก 25% หรือประมาณ 213,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จะเป็นน้ำผิวดิน ซึ่งน้ำผิวดินนั้น จะกักเก็บได้ในอ่าง ในเขื่อน ในฝาย หรือตามแม่น้ำลำคลองหรือห้วย ได้ไม่เกิน 8 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี น้ำในส่วนที่เหลืออีก 133,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จะไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทร ทั้งนี้ การที่น้ำไหลอย่างรวดเร็วนั้น เกิดจากพื้นที่ของไทยตอนบนหรือพื้นที่ภาคเหนือที่มีอยู่ประมาณ 8 ล้านไร่นั้นเป็นเขาหัวโล้น

นายศักดิ์ดา กล่าวว่า ถ้าไม่สามารถฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโล้นหรือพื้นที่ที่เป็นสโลปบนภูเขาได้ ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง และปัญหาฝุ่น PM 2.5 จะไม่มีวันแก้ไขได้ แต่ถ้าเราสามารถฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโล้นทางภาคเหนือให้จบสิ้น ฝนตกลงมาเท่าไหร่จะสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ เชื่อว่าหากฟื้นฟูให้กลับมาเป็นป่าสมบูรณ์สำเร็จได้ จะทำให้สภาพเศรษฐกิจ ปัญหาความยากจนของประชาชนจะหมดสิ้นได้พอสมควร

นายศักดิ์ดา กล่าวอีกว่า เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้มีโครงการในพระราชดำริอยู่ทั้งหมด 48 แห่ง อยากให้รัฐบาลชุดนี้เร่งรัดโครงการในพระราชดำริ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนและพี่น้องที่อยู่ตามชนบท เพราะโครงการแต่ละแห่งสามารถช่วยประชาชนได้นับหมื่นราย

นายศักดิ์ดา กล่าวว่า ในสมัยก่อนประชาชนในชนบทใช้น้ำตามห้วยหนองคลองบึงสำหรับอุปโภคบริโภค แต่ปัจจุบันคุณภาพน้ำในห้วยหนองคลองบึงมีคุณภาพต่ำมาก เพราะมีสารปนเปื้อน จากการทำเกษตรเคมีที่มีสารปนเปื้อน ทำให้ประชาชนในชนบทมาใช้น้ำในระบบประปาหมู่บ้านแทน ระบบประปาหมู่บ้านทำด้วยถังพลาสติกถังละ 1-2 คิวเท่านั้น แต่คุณภาพน้ำต่ำไม่สะอาด บางแห่งน้ำเหลืองขุ่น

นายศักดิ์ดา กล่าวต่อว่า ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลชุดนี้ ช่วยเร่งแก้ไขเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชนบท หากแก้ไขได้ เชื่อว่าประชาชนที่อยู่ตามชนบทจะไม่อพยพเข้าไปหางานทำในตัวเมืองอย่างแน่นอน ทุกวันนี้ประชาชนเขาอยู่ไม่ได้เพราะคุณภาพของน้ำ

“ขอเสนอรัฐบาลชุดนี้ว่า ปัจจุบันน้ำบาดาลมีมากกว่าน้ำผิวดินไม่น้อยกว่า 30 เท่า และจากการสำรวจข้อมูลน้ำบาดาลพบว่ามีมากถึง 1.13 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร แต่น้ำผิวดินที่มีอยู่นั้น เมื่อนำภาชนะมาใส่แล้วคงได้ไม่เกิน 8 หมื่นลูกบาศก์เมตร ซึ่งปีนี้น้ำผิวดินมีไม่เกิน 50% เท่านั้น เนื่องจากฝนตกน้อย

ถ้าเราหันมาใช้ระบบน้ำใต้ดินมาช่วยประชาชนในชนบทในการทำน้ำประปา ซึ่งน้ำประปาที่นำมาจากใต้ผิวดินไม่จำเป็นต้องใส่คลอรีน และไม่ต้องใส่สารส้มหรือฆ่าเชื้อ เพราะน้ำใต้ดินนั้นเป็นน้ำที่สะอาดอยู่แล้ว ที่สำคัญจะเป็นการลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี” นายศักดิ์ดา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน