นายกฯ ไฟเขียว 35 รายชื่อ คณะกรรมการศึกษาการทำประชามติแก้รธน. เปิดวงถกนัดแรก 10 ต.ค.นี้ คาดประเดิมทำประชามติ ไตรมาสแรก ปี 67
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 3 ต.ค.2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รอง นายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ แถลงว่า ในวันนี้นายกฯได้ลงนามคำสั่งนายกฯ ที่ 256/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จำนวน 35 คน โดยมีตนเป็นประธาน

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนใช้เวลา 2 สัปดาห์ รวบรวมรายชื่อจากวิชาชีพต่างๆ โดยพูดคุยระบุถึงหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งการแก้ไขต้องเป็นประชาธิปไตยให้มากขึ้น และจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 4 ปีที่เป็นรัฐบาล รวมทั้งทำกฎหมายลูกให้เสร็จพร้อมกัน
ทั้งนี้ ได้นัดประชุมคณะกรรมการนัดแรกในวันที่ 10 ต.ค. เวลา 15.00 น. เพื่อวางกรอบทำงาน และพบพูดคุยกับทุกภาคส่วน และภายใน 3-4 เดือน น่าจะได้ข้อสรุปกระบวนการทำงาน ทั้งวิธีการ และแนวทางทำประชามติต่อไป คาดว่าจะเริ่มทำประชามติได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2567
นายภูมิธรรม กล่าวว่า รายชื่อ 35 คน ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่หลังจากนี้จะมอบคณะกรรมการแต่ละคน ไปประชุมร่วมกับตัวแทนกลุ่มวิชาชีพ เพื่อให้เกิดความครอบคลุมมากที่สุด โดยจะเชิญตัวแทนองค์การมหาวิทยาลัยต่างๆ กลุ่มเกษตรกร สมาคมวิชาชีพสื่อและจะเชิญตัวแทนพรรคขนาดเล็ก มาพูดคุยภายหลัง

“ยืนยันเราเปิดรับฟังทุกอย่าง ยกเว้นแก้ไขหมวด 1-2 และอยากให้แต่ละฝ่ายเสนอความเห็นมากที่สุด ต้องทำให้เสร็จภายใน 3-4 ปี จะทำให้เสร็จเร็วที่สุด โดยการทำประชามติจะยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญต้องผ่านความเห็นชอบด้วย”
เมื่อถามว่ามีตัวแทนพรรคก้าวไกล มาร่วมหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราได้เชิญแล้ว และจะมีเวทีไปรับฟังความเห็นใน 3 ประเด็นคำถาม คือ 1.กระบวนการแก้ไขและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรทำแบบใด เช่น ตั้งส.ส.ร.หรือไม่
2.จะต้องทำประชามติกี่ครั้ง เพื่อลดงบประมาณดำเนินการ ยกตัวอย่าง ถ้าดูเร็วๆอาจทำ 4-5 ครั้ง แต่หากปรับให้เหลือทำ 2 ครั้ง จะใช้งบ 5,000-8,000 ล้านบาท ซึ่งลดค่าใช้จ่ายดำเนินการ และ 3.คำถามในการทำประชามติครั้งแรก ควรเป็นอย่างไร จะให้ครอบคลุมแค่ไหน
เมื่อถามว่าการทำประชามติครั้งแรก จะได้ข้อสรุปเมื่อใด นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องดูที่สถานการณ์ ขณะที่เราพยายามสลายความขัดแย้ง ให้สังคมยอมรับไม่เกิดความขัดแย้งใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าการศึกษาของไอลอว์ ที่เคยยื่นกับพรรคเพื่อไทย จะนำมาปรับใช้ด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราตั้งใจเชิญไอลอว์ เข้าร่วม แต่เมื่อเขาไม่อยากมาเป็นตัวแทนแสตมป์รับรองให้ โดยจะขอดูอยู่ภายนอก เราก็ยอมรับ และไม่ขัดข้อง ส่วนเอกสารที่ยื่นมานั้นจะนำไปพิจารณาต่อไป
เมื่อถามว่าจะเขียนป้องกันไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับที่จะแก้ไขถูกฉีกได้อย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญทุกฉบับพยายามป้องกันไม่ให้ถูกฉีก แต่การถูกฉีกหรือไม่นั้น เป็นวัฒนธรรมการเมืองที่ให้ประชาชนตื่นตัวรับรู้ เพราะการเกิดรัฐประหาร คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็น ซึ่งรัฐประหารครั้งล่าสุดนำประเทศไปสู่ความล้มเหลว จึงต้องสร้างระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีสำนึกมากขึ้น เพราะจะทำให้การรัฐประหารเกิดขึ้นได้ยาก