ศปปส. บุกสภา ร้อง ประธานรัฐสภา คัดค้านเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับก้าวไกล เข้าสภา อ้างเป็นกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้บางกลุ่มที่โดนคดี 112
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ต.ค. 2566 ที่รัฐสภา ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศปปส. และนักรบเลือดสีน้ำเงินปกป้องราชบัลลังก์ เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการเสนอร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับก้าวไกล ต่อตัวแทนของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายอานนท์ กล่าวว่า การที่เรายื่นหนังสือคัดค้านในวันนี้ เนื่องจากเห็นว่าคนที่ยื่นแก้ไขกฎหมายนิรโทษกรรมดังกล่าว ต่างเป็นผู้ที่กระทำการผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ทั้งนั้น นี่ไม่ใช่แค่ความคิดต่างทางการเมือง แต่เป็นกฎหมายความมั่นคง เราจึงออกมาคัดค้าน เพื่อไม่ให้ร่างกฏหมายฉบับนี้ผ่านไปได้ ซึ่งไม่ว่าจะต้องทำด้วยวิธีใด เราก็จะทำ
ด้านผู้ประสานงาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมสส.พรรคก้าวไกล ได้แถลงยื่นร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิด อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. ซึ่งมีนายวันมูหะมัดนอร์ เป็นผู้รับ
เมื่อศปปส. และกลุ่มนักรบเลือดสีน้ำเงินฯ ได้ฟังแถลงการณ์แล้ว ก็รู้สึกคลางแคลงใจ สงสัยในรายละเอียดบางประการ อาทิ การนิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทําความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง หมายรวมถึงบุคคลซึ่งได้กระทําความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง หรือมาตรา 112 ด้วยหรือไม่
เนื่องจากในแถลงการณ์ ระบุเพียงว่า ไม่นิรโทษกรรมการกระทําผิดตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 113 นั้น ย่อมทำให้เข้าใจได้ว่าบุคคลซึ่งได้กระทําความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงใน มาตราอื่นๆ อาทิ การกระทําความผิดตามมาตรา 112 จะได้รับการนิรโทษกรรมตามร่างพ.ร.บ.นี้ด้วยใช่หรือไม่ ซึ่งความผิดตามมาตรา 112 อยู่ในลักษณะ 1 ของความผิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หมวด 1
ทั้งนี้ จะเห็นได้จากการจัดการชุมนุมในแต่ละครั้ง ตั้งแต่ปี 63 จนถึงปัจจุบัน มักจะอ้างว่าออกมาเรียกร้องทางการเมือง แต่ทุกครั้งที่ขึ้นปราศรัยส่วนใหญ่แล้ว จะปราศรัยหมิ่น จาบจ้วง ก้าวล่วง กล่าวหาสถาบัน จึงเป็นที่มาของผู้ชุมนุมที่ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษแจ้งความดําเนินคดีตามมาตรา 112 ไม่ว่าจะเป็นแกนนําและหรือผู้ชุมนุมที่ขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มต่างๆ รวมถึง สส.หลายคนของพรรคก้าวไกล
จึงเป็นข้อกังขา ข้อสงสัย และข้อสันนิษฐานว่า นี่เป็นที่มาของการดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับดังกล่าว เพื่อให้ถูกบรรจุเป็นญัตติในการประชุมรัฐสภา ดังนั้น ศปปส. และกลุ่มนักรบเลือดสีน้ำเงินฯ จึงทําหนังสือฉบับนี้ เพื่อนําเสนอต่อนายวันมูหะมัดนอร์ เพื่อให้พิจารณาเรื่องนี้เป็นวาระสําคัญ เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลใด และเพื่อดํารงคงอยู่ไว้ซึ่ง 3 สถาบันหลักของชาติ